25/05/2022
Breaking News

กปกรมประชาสงเคราะห์ : 3 รมต. ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งในทันที หลังศาลสั่งติดตะรางคดี กปกรมประชาสงเคราะห์ แม้กระนั้นหลุดข้อกล่าวหากบฏ

ศาลอาญาพิพากษ์ติดคุกแกนนำกรุ๊ปที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการพลเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่บริบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธาน” (กปปส.) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ ถูกพิพากษ์ติดคุกด้วย และก็จำต้องหลุดจากตำแหน่งทันที เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 ก.พ.) ศาลอาญา ถ.รัชดา นัดฟังคำพิพากษาคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ทำลายระบอบการปกครอง สุมหัวชุมนุมทำให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมืองฯ และก็ข้อกล่าวหาอื่นๆจากการชุมนุมทางด้านการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
เฉพาะนายสุเทพ และก็นายประชุม จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายโดยการใช้
คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา และก็ต่อมาฟ้องเพิ่มเติมอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน ตอนวันที่ 24 มกราคม 2561 จำเลยทั้งหมดทั้งปวงให้การปฏิเสธและก็ได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำพิพากษากว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชม. ในการอ่านพิพากษ์ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ติดคุก 5 ปี
นายประชุม จุลใส ติดคุก 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน ติดคุก 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย ติดคุก 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม ติดคุก 5 ปี
นายณัฏฐพล คราวปทอง ติดคุก 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
สำหรับจำเลยรายอื่นๆที่จำต้องคำพิพากษาติดคุกในคดีเดียวกัน มี
น.ส. อัญชะลี ปรปักษ์รัก ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
นายสมอำนาจ โกศัยสุข ติดคุก 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองยอดเยี่ยม หรือพระพุทธอิสระ ติดคุก 4 ปี 8 เดือน
นายแสดง เซกัลป์ ติดคุก 2 ปี รองลงโทษ ปรับ 26,666 บาท
พล.อ.ท. วัชระ ฤทธีคนี ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
พล.ร้อยเอก ชัย ทองภาพ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
ร้อยตรี แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์ ติดคุก 4 ปี 16 เดือน
นายมั่นแม่น กะการดี ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองศรี ติดคุก 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ติดคุก 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหิน ติดคุก 2 ปี
นายสำราญ รอดเพชร ติดคุก 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ ติดคุก 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงโทษ ปรับ 13,333 บาท
นายกิตว่ากล่าวชัย ใสสะอาด ติดคุก 4 เดือน รอคอยลงโทษ ปรับ 6,666 บาท
นางทยา คราวปทอง ติดคุก 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงโทษ ปรับ 26,666 บาท

3 รมต. พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำพิพากษาศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ตัวอย่างเช่น นายณัฏฐพล คราวปทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและก็สังคม และก็นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม จำต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลทันที เพราะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) และก็มาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ ถึงแม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครือสวย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมาการันตีในเรื่องนี้
ส่วนกรณีของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการพินิจพิจารณากันในหมู่นักการเมืองว่าถ้าเกิดยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทวดาไท เสนพงศ์พันธุ์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจำต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 98(6), 101(6) ถ้าเกิดจำต้องคำพิพากษาให้ติดคุกและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการเมือง 7 คน

แม้กระนั้นสำหรับนายณัฏฐพล คราวปทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พปชร., นายประชุม จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุมพร ปชป. และก็นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ปชป. จำต้องหลุดจากที่ประชุม เพราะเหตุว่าศาลอาญายังสั่งเพิกถอนสิทธิทางด้านการเมืองของพวกเขาเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเว้นแต่จำเลย 3 คนนี้ ยังมีคำบัญชาเพิกถอนสิทธิการเมืองของนายสุวิทย์ ทองยอดเยี่ยม, ร้อยตรี แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร และก็นางทยา คราวปทอง ซึ่งมีกระแสข่าวว่าสนใจลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ด้วย
อย่างไรก็ดีในข้อกล่าวหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลใคร่ครวญพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยได้แก่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ คาดหวังรัฐบาลลาออก ให้มีการปรับปรุงเพื่อจัดการกับปัญหาประเทศก่อนเลือกตั้ง จึงไม่มีลักษณะทำลายการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกหน่วยงาน วินิจฉัยแล้วไม่มีเจตนาความผิดพลาดฐานกบฏ

สาเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำพรรณนาภาพ,
อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำตัดสิน

sutrep3

“อะไรจะกำเนิดก็จำต้องกำเนิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อรับฟังคำพิพากษา นายสุเทพกล่าวว่า “อะไรจะกำเนิดก็จำต้องกำเนิด” โดยพูดว่าจำเลยทั้ง 39 คนได้คุยกัน และก็ทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาเช่นไร แม้กระนั้นย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นความประพฤติปฏิบัติที่รับผิดชอบ มิได้ปรารถนาฝ่าฝืนกฎหมาย เคารพนับถือกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม และก็น่าสดชื่นมากทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปปส. ถูกฟ้องร้องคดี ไม่มีใครหลบหนีคดี
ช่วงเวลาที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถ.รัชดา มีพลเมืองเดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้ง 39 คน ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นรอบๆพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องข้างหลัง กปปส.
• สุเทพ: “สิ่งที่ดีที่สุดภายใต้ความเป็นไปได้คือ พล.อ.ประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ขวา ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่ในการประเทศไทยไปอีกนานมากแค่ไหน
กปปส. นำโดยนายสุเทพจัดการชุมนุมเป็นครั้งแรกตอนวันที่ 31 ตุลาคม 2556 บริเวณ ถ.เลาะสถานีรถไฟสามเสน กรุงเทพมหานคร เพื่อต้านการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติ) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดตรอก” ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินความประพฤติ แปลงเป็นจุดเริ่มแรกของการชุมนุมบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ลากยาวเป็นเวลา 204 วัน ก่อนที่จะหมดในวันที่ 22 พ.ค. 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นำแผนกรักษาความเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับการกระทำความผิดพลาดที่อัยการเล่าในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• ตั้งขึ้นคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปปส.
• ร่วมกันสุมหัว เป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตั้งขึ้นกองกำลัง แบ่งภาระหน้าที่กันทำก่อความผิดพลาดต่อความมั่นคงยั่งยืนของรัฐข้างในราชอาณาจักร
• ยุยงปลุกระดมให้พลเมืองทั่วราชอาณาจักรเอาใจออกห่าง ร่วมชุมนุมไล่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินความประพฤติ นายกฯ (เวลานี้) ให้ออกจากตำแหน่ง
• กีดขวางการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้นายกฯ และก็ ครม. ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้ข้าราชการระดับค่อนข้างสูงรายงานตัวกับกรุ๊ป กปปส.
• ตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลพลเมือง” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะสั่งการตั้งนายกฯ และก็ ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• ตั้งขึ้นกองกำลังส่วนหนึ่งส่วนใดพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและก็หน่วยงานสำคัญหลายแห่ง เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• กีดกันกีดขวางทางคมนาคมขนส่งเป็นเหตุให้พลเมืองได้รับความเดือดร้อน
• ปิดกรุงเทพมหานคร ด้วยการตั้งเวทีทักทาย 7 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร กีดกันเส้นทางการจราจร ตั้งขึ้นกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกั้น ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวโยง

กรุ๊ปผู้ช่วยเหลือมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส. ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้รับรอง เข้าเรือนจำทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำ ปปปส. ตอนนี้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร มิได้ประกันตัวนะครับ ???” ซึ่งก็คือ
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล คราวปทอง
• นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน
• นายประชุม จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน ตัวอย่างเช่น
• นายสุวิทย์ ทองยอดเยี่ยม หรือพระพุทธอิสระ
• ร้อยตรี แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
สาเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำพรรณนาภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา ข้างหลังคำตัดสิน แปลงชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อรอคอยส่งไปเรือนจำ
ราว 20.30 น. นักโทษทั้ง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของเรือนจำไปติดคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมีพลเมืองจำนวนหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมร้องเพลง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร แล้วมีเสียงร้องว่า “คนพาลหนีหมด คนดีหนีเข้าเรือนจำ คนพาลหนีไปต่างประเทศ ถัดไปคนไหนกันจะออกมาสู้”
นางทยา คราวปทอง ที่ถูกจำเรือนจำ 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงโทษ ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับผู้รายงานข่าวหน้าศาลในภาวะคีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งหมดทั้งปวงจะขออุทธรณ์และก็ขอประกันตัวอีกครั้ง
เว้นแต่คดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาพิพากษ์เมื่อ 25 เดือนกรกฎาคม 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. มี นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายทรัพย์สิน ทรงมั่งมีญตระกูล และก็นายสกลธี ภัททิยกุล ในความผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏและก็อื่นๆรวม 8 ข้อกล่าวหา โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังน้อยเกินไปฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 6 พ.ค.