03/10/2022
Breaking News

ความมันส์จะกลับมา! 5 เหตุผลที่แมนยูควรจะตั้ง “ร็อดเจอร์ส” แทน “โซลชา”

ช่วงนี้ดูเหมือนจะมาแรงกว่าผู้ใดเพื่อนสำหรับ เบรนแดน ร็อดพบร์ส ผู้จัดการทีมฟุตบอล เลสเตอร์ สิตี้ กับการเช็ดกดูเป็นเลิศในผู้จัดการทีมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งดึงมาคุมทีม ถ้าเกิดตกลงใจปลด โอเล่ กุนทุ่งนาร์ โซลชา พ้นตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งแน่นอนว่า ในกรุ๊ปแฟนบอล “อสุรกายแดง” มีทั้งยัง “เอานะ” และก็ “ไม่เอา” โดยเหตุผลของฝ่ายหลังหลักๆก็หนีไม่พ้นการที่ ร็อดพบร์ส เคยคุมทีมคู่อริชั่วกับชั่วกัลป์อย่าง ลิเวอร์พูล มาก่อน แถมเป็นโค้ชที่ยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในระดับหัวแถวของวงการ หรือมีดีกรีคู่ควรที่จะเป็นผู้จัดการทีมให้กับสมาคมที่ยิ่งใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ดี ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ร็อดพบร์ส ก็ได้บ่งบอกถึงแล้วว่า เขาเป็นผู้จัดการทีมฝีมือเยี่ยม และก็มีสไตล์ทำทีมที่น่าสนใจคนหนึ่ง ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับตัวท็อปๆอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, พบร์เก้น คล็อปป์ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ตาม และก็นี่เป็น 5 เหตุผลเน้นย้ำๆที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรลองดึง ผู้จัดการทีมชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 48 ปี มาคุมกองทัพ

– สามารถสืบต่องานจาก โซลชา ได้

man1

แน่นอนว่า ชื่อของ ซีเนดีน ซีดาน และก็ เอริค เทน ฮาก อาจมองน่าดึงดูดดวงใจกว่า แต่การมาของพวกเขานั้น “อสุรกายแดง” บางครั้งก็อาจจะควรจะมีการ “เปลี่ยนครั้งใหญ่” อีกครั้ง โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องขุมกำลังนักฟุตบอล แต่สำหรับ ร็อดพบร์ส แล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับกระบวนการทำทีมตามแนวทางระยะยาวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำอยู่เวลานี้ เพราะว่าที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขามีครบทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอยู่แล้ว แถมทำงานโดยที่ไม่ต้องบีบคั้นมากด้วย และก็ที่สำคัญ ร็อดพบร์ส เป็นผู้จัดการทีมที่เน้นย้ำปั้น, ถูกใจพัฒนาของที่มีอยู่ และไม่ได้ใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับการเสริมกองทัพ ซึ่งจุดนี้กระดานบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะสุดยอดมากๆซึ่งหากว่าพวกเขาพร้อมที่จะให้เวลาทำงาน ดังที่ให้กับ โซลชา ล่ะก็… ร็อดพบร์ส นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

– เกมรุกตื่นเต้นแน่

man2

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด คนจำนวนไม่น้อยคงหัวเสีย และก็อึดอัดไม่น้อยกับสไตล์กระบวนการทำทีมของ โซลชา ที่ไม่ดุเดือดมากพอ แม้ว่าในทีมมีกรุ๊ปผู้เล่นแนวรุก ซึ่งน่าจะโหดสุดในลีกเลยก็ว่าได้ เมื่อแลเห็นชื่อของนักฟุตบอลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล รวมทั้งผู้นำกองทัพคนเก่งอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งปัญหาตรงนี้บางครั้งก็อาจจะถูกปลดล็อกโดย ร็อดพบร์ส เพราะว่าที่ผ่านมานั้น เขามีสไตล์กระบวนการทำทีมที่มองบันเทิงใจ ตื่นเต้น ไล่ตั้งแต่ตอนคุม สวอนซี สิตี้ มาจนกระทั่ง ลิเวอร์พูล และก็ เซลว่ากล่าวกรัม.. อย่าลืมครับผมว่า ในฤดูกาล 2013/14 ที่ ลิเวอร์พูล ตกม้าตาย ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก นั้น เขานำกองทัพ “หงส์แดง” ซึ่งมี หลุยส์ ซัวเรซ และก็ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เป็นเครื่องจักรผลิตสกอร์ เข้าป้ายอันดับสอง และก็ทำได้ถึง 101 ประตู!!! ลองจินตนาการดูแล้วกันครับว่า มันจะโหดขนาดไหน ถ้าเกิดเขามีนักเตะกรุ๊ปที่ว่าเอาไว้ตอนแรกอยู่ในกำมือ

– มีประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก

man3

ถ้าเกิดเลือกโค้ชบิ๊กเนมผู้อื่นอาจจำเป็นต้องให้เวลาพวกเขาในการปรับตัว แต่เรื่องนี้ไม่มีความสำคัญสำหรับ ร็อดพบร์ส ที่มีประสบการณ์เพียบในเวที พรีเมียร์ลีก (257 เกม) แถมคุมสมาคมมาแล้วทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมเล็กๆอย่าง สวอนซี สิตี้, กลางอย่าง เลสเตอร์ สิตี้ ในตอนนี้ หรือสมาคมยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล โดยเหตุนี้ถ้าเกิดเอ๋ยถึงเรื่องประสบการณ์ในลีกแห่งนี้ คงไม่มีอะไรน่าวิตกสำหรับ ร็อดพบร์ส

– ดีกรีพอได้

man5

หลายท่านบางครั้งก็อาจจะไม่มีค่า ร็อดพบร์ส ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการ “เบาๆปลาย” หรือเป็นผู้จัดการทีมที่ถูกใจฟอร์มหลุดในช่วงโค้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นตอนคุม ลิเวอร์พูล ที่วืดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 2013/14 หรือสองซีซั่นปัจจุบันกับ เลสเตอร์ ที่เจ้าตัวพาทีมหลุดจากโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างโชคร้าย แต่อย่าลืมว่า ร็อดพบร์ส บรรลุความสำเร็จเป็นอย่างมากตอนคุม เซลว่ากล่าวก ช่วงระหว่างปี 2016-2019 เพราะว่าในขณะแทบๆ3 ปีตรงนั้น เขาพาทัพ “ม้าลายเขียว-ขาว” ได้แชมป์ สกอตว่ากล่าวช พรีเมียร์ชิพ 2 ยุค, สกอตว่ากล่าวช คัพ 2 ยุค และก็ สกอตว่ากล่าวช ลีก คัพ 3 ยุค รวมๆแล้ว ร็อดพบร์ส ได้แชมป์ถึง 7 รายการ ในถิ่น เซลว่ากล่าวก พาร์ค หากแม้เป็นการคุมทีมในลีกไม่ยากอย่าง สกอตแลนด์ แต่ความสำเร็จระดับนี้ นับว่าไม่ธรรมดาเลย แถมฤดูที่แล้วได้แชมป์ เอฟเอ คัพ กับกองทัพ “หมาจิ้งจอกไทย” ด้วย

– กล้าได้ กล้าเสีย

man6

อย่างที่บอกไปในข้อที่แล้ว ถึงแม้ว่า ร็อดพบร์ส ถูกดูเป็นผู้จัดการทีมจอมเบาๆปลาย แต่ในเรื่อง กล้าได้ กล้าเสีย นั้น จำเป็นต้องยกให้เขา เพราะว่าการพาทีมอย่าง เลสเตอร์ ขึ้นมาอยู่ในกรุ๊ปบนตาราง และก็สามารถต่อกรกับสมาคมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และก็ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้อย่างสูสีตลอดช่วงสองฤดูที่ผ่านมา นับว่าเป็นภาพสะท้อนให้มีความคิดเห็นว่า ร็อดพบร์ส เป็นผู้จัดการทีมที่พร้อมบวกอยู่แล้ว ไม่มีคำว่า “กลัว” อยู่ในหัวแน่นอน ซึ่งจุดนี้นับว่าเป็นแคแรคเตอร์ที่ดีในการเป็นผู้จัดการทีม