27/05/2022
Breaking News

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ แซงเฉือน ฟูแลม กลับมาผงาดอีกครั้ง

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาแซงเอาชนะ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม ไปแบบสุดมัน และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกม
เริ่มครึ่งแรก ฟูแลม เพรสซิ่งใส่ยูไนเต็ดได้อย่างดุเดือด และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 5 จาก อเดโมลา ลุคแมน แต่หลังจากนั้นนาทีที่ 20 ยูไนเต็ดก็ใช้เวลาไม่นาน ตามตีเสมอ1-1 ได้เสร็จ จากการยิงของ เอดินสัน คาวานี ซึ่งหลังจากอสุรกายแดงตีเสมอได้แล้ว โมเมนตัมก็มาอยู่ฝั่งของกลุ่มเยือนอย่างเห็นได้ชัด เพียรพยายามบดเข้าใส่เจ้าถิ่นเพื่อหวังแซงขึ้นนำ มีลุ้นจากทั้งยังลูกยิงไกลของ บรูโน เฟอร์นันเดส และลูกโหม่งของ แฮร์รี แม็คแกว่งร์ กับ อองโตนี มาร์เชียล แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0 หลังจากนั้นครึ่งหลัง เกมเปิดแลกเปลี่ยนกันมากขึ้นเรื่อยๆ ได้โอกาสด้วยกันทั้งคู่ ฟูแลมได้ลุ้นจากลูกยิงของ ลุคแมน แต่ไม่ผ่าน เดเคอา ในเวลาที่ยูไนเต็ดได้ลุ้นจากลูกโหม่งของ มาร์เชียล แต่ก็ไม่ผ่าน อัลฟอนโซ อเรโอลา เหมือนกัน อย่างไรก็แล้วแต่ นาทีที่ 65 อสุรกายแดงมาแซงขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะยิงไกลด้วยซ้ายของ พอล ป็อกบา บอลโค้งเข้าประตูไปอย่างสวยหยด และเกือบจะไหลเป็น 3-1 ด้วย แต่ลูกโหม่งของ คาวานี ดันโดน อเรโอลา เซฟไว้ได้ หลังจากนั้นช่วงท้ายเกมเป็นฟูแลมที่ติดเครื่องอย่างหนักเพื่อหวังตีเสมอแต่จนแล้วจนรอดก็ยิงนกตกปลา และยิงไปติดเซฟของ เดเคอา ทำให้จบ 90 นาที เป็น แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ที่เอาชนะ ฟูแลม ไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 40 คะแนน ทวงจ่าฝูงคืนได้เสร็จ


2.คาวานี-ป็อกบา ฟอร์มเจ๋ง-กรีนวูด จืดชืดสนิท
นัดนี้ เอดินสัน คาวานี ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ชี้ให้เห็นถึงความขมักเขม้น ไม่ได้ยืนค้ำอยู่ด้านหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เพียรพยายามเขยื้อนหาช่องอยู่เสมอ และภายหลังที่กลุ่มตกอยู่ในถานการณ์ที่ยากลำบาก โดนนำไปก่อน 1-0 คาวานี ก็มาอยู่เหมาะสมถูกทาง ยิงให้กลุ่มตีเสมอเป็น 1-1 และน่าจะมีสกอร์อีกเม็ดด้วย แต่ลูกโหม่งของเขาโดน อัลฟอนโซ อเรโอลา เซฟไว้ได้อย่างเกินจริง มาถึงนี้จำต้องบอกเลยว่าการเข้ามาของ คาวานี ช่วยยกระดับแนวรุกของแมนยูฯ ให้ดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นตัวจริงบ้าง สำรองบ้าง แต่เจ้าตัวไม่เคยเอ่ยปากบ่น ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักถัดไป ใช้ประสบการณ์ช่วยกลุ่มอย่างเต็มที่ ส่วน พอล ป็อกบา มั่นใจว่าข่าวสารเรื่องอนาคตของเขากับกลุ่มคงไม่มีอยู่ในหัวยามที่ลงในสนามอย่างแน่นนอน เพราะว่ามิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกแสดงออกถึงความขมักเขม้นช่วยทั้งยังเกมรับและเกมรุก แย่งบอลสวยๆได้หลายหน ก่อนที่จะมาซัดประตูสุดสวยให้กลุ่มคว้าแชมป์ไปสุดท้าย ปิดท้ายที่ เมสัน กรีนวูด นัดนี้ทำผลงานได้ออกจะน่าผิดหวัง ได้รับจังหวะลงเป็นตัวจริงแต่ไม่อาจจะใช้จังหวะที่ได้รับให้คุ้มค่าได้ เล่นบอลฝ่าฝืนสุดๆเพียรพยายามจะพาบอลไปยิงเองอยู่เสมอ แต่ก็เลี้ยงไม่ค่อยผ่าน ยิงไปติดบล็อก จำต้องเรียกความแน่ใจกลับมาอย่างเร่งด่วนเพราะว่าระยะหลังฟอร์มตกจนน่าใจหายจริงๆ


3.เดเคอา เซฟสำคัญ
ความมีชัยในคราวนี้ของอสุรกายแดงส่วนหนึ่งตกยกความดีความชอบให้กับผู้รักษาประตุๆอย่าง ดาบิด เดเคอา ด้วย เพราะว่าในตอนที่กลุ่มกำลังนำอยู่ 2-1 มีจังหวะที่ รูเบน ลอฟตัส ชีค ได้ซัดย้ำๆด้วยเท้าขวาในเขตโทษ แต่ เดเคอา ปฏิกิริยาดีเลิศๆใช้ขาเซฟช่วยกลุ่มเอาไว้ได้อย่างดียิ่ง ถ้าหากจังหวะนี้ฟูแลมได้ประตูจังหวะเสมอมีสูงมากมายเลยทีเดียว เพาะช่วงท้ายฟูแลมบุกและกดดันใส่ยุไนเต็ดได้น่าขนลุกมากมายๆ


4.อเดโมลา ลุคแมน จี๊ดจ๊าดสุดๆ
ถ้าหากเอ๋ยถึงนักฟุตบอลของฟูแลมที่เล่นเจริญที่สุดในเกมนี้น่าจะหนีไม่พ้นปีกวัย 23 ปี คนอังกฤษ อย่าง อเดโมลา ลุคแมน ที่อาศัยตอนที่แนวรับอสุรกายแดงกำลังเผลอ ชี้นิ้วให้เพื่อนฝูงจ่ายบอลทะลุมาให้ก่อนที่จะได้หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่ายให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 และหลังจากนั้นครึ่งหลังเจ้าตัวก็ได้โอกาสได้ยิงแต่ไม่ผ่าน ดาบิด เดเคอา โดยในระหว่างเกมเจ้าตัวปั่นป่วนปราการหลังของอสุรกายแดงได้ไม่น้อย และเมื่อไปเช็กประวัติความเป็นมาของ ลุคแมน ปรากฏว่าเขาเคยเล่นให้กับกลุ่มดังในพรีเมียร์ลีกอย่าง “ลูกกวาดสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ เครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิก กลุ่มในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี แบบถาวร เมื่อปี 2019 และฤดูกาลนี้ก็ถูกปลดปล่อยให้ ฟูแลม ยืมตัวมาใช้งาน น่าเฝ้าดูว่าในอนาคตเจ้าตัจะได้ไปค้าลำแข้งกับชมรมใหญ่ๆในทวีปยุโรปไหม แต่ที่แน่นอนเป็นฝีเท้าสามารถเก่งกว่านี้ได้อีกเยอะ