27/05/2022
Breaking News

“ชูวิทย์” ฟาด “เชาว์ มีขวด” ปมปล่อยตัวปล่อยใจ “สรยุทธ” ถ้าหากด้านในสบายทำไมน้ำหนักลดพรวด-ผมหงอกทั้งยังหัว

อดีตกาลรองผู้ประกาศ ปชป.โพสต์ดุกรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน ปล่อยตัว “สรยุทธ์” เพราะเป็นคนดัง ได้จัดรายการทีวีในเรือนจำ คนไม่รวยไม่ดังได้แม้กระนั้นมองตาปริบๆเจอคนเคยเรือนจำตัวจริง “ยกวิทย์” ด่ากลับคนหัวขวดไม่รู้เรื่องกฎระเบียบ คนรวยไม่รวยก็พักโทษได้ ถ้าหากข้างในสบายเพราะเหตุไรน้ำหนักลดพรวดพราด ผมหงอกทั้งยังหัว แถมคนดังต้องกระทำตามระเบียบเป๊ะ ไม่ถูกไม่ได้ โดนร้องเรียนทันที แม้กระนั้นสังคมไทยอยากดังไม่เคยทราบทำไง เลยเกาะกระแสดุไปด้วย

วันนี้ (15 มี.ค.) ในกรณีที่นายเชาว์ มีขวด อดีตกาลรองผู้ประกาศพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ใจความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “อิสรภาพของสรยุทธกับคำถามกรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน” ปรักปรำว่านายสรยุทธได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่างจากนักโทษโดยทั่วไป ได้รับสิทธิพิเศษให้จัดรายการทีวีในเรือนจำ ร่วมกับแขกรับเชิญจากภายนอก ปรุงอาหารโชว์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้การใช้ชีวิตในเรือนจำของนายสรยุทธก็เลยสุข ต่างจากนักโทษผู้อื่นอย่างชัดเจน รวมทั้งได้รับการพาสชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับโทษจำเรือนจำจริงเพียงแต่ 1 ปี 2 เดือน 6 วัน ทิ้งปัญหาให้นักโทษที่มีอัตราโทษในระดับใกล้เคียงกันเข้าสู่เรือนจำพร้อม แม้กระนั้นไม่รวย และไม่ดังเสมือนนายสรยุทธ ต่างนั่งมองตากันปริบๆผู้คนจำนวนมากก็เลยสงสัยว่า นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้รับการอภัยโทษมาได้ยังไง เพราะคดีทุจริตเป็นคดีแนวทางที่ภาครัฐให้ความสำคัญรวมทั้งปราบอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปราบคดโกงก็ข้อบังคับขัดขวางคนทุจริตไว้ในหลายมาตรา

“ผมไม่ได้รังเกียจนายสุรยุทธกระทำเป็นคนดี ทำความดีในเรือนจำ รวมทั้งได้รับการลดโทษ แม้กระนั้นการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคในเรือนจำ 1 ปีเศษ นายสรยุทธดำเนินชีวิตอยู่อย่างสบาย รวมทั้งได้รับการพาสชั้นอย่างรวดเร็ว จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ถ้าหากไม่ใช่เพราะนายสรยุทธเป็นคนรวย คนดัง จะได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้หรือไม่ นับว่าเป็นคำถามคาใจที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบ มิฉะนั้นคำว่าสองมาตรฐาน เรือนจำไว้ขังคนจน คนรวยไม่ติดตะราง ไปจนถึงรวย ดัง ออกจากเรือนจำง่าย คนจนหมดโอกาสแลเห็นแสงอาทิตย์ เพราะใช้ประโยชน์จากข้อจำกัดการลดโทษไม่เป็น ไม่อยู่ในสายตาคนคุมกฎที่จะดำเนินเรื่องให้ เรือนจำก็เลยมืดมากสำหรับคนจำนวนหนึ่ง แม้กระนั้นสว่างโร่ได้สำหรับบางคนใช่ไหม ผมไม่อยากที่จะให้การออกจากเรือนจำของนายสรยุทธครั้งนี้มีบริบทเรื่องพระคุณต้องทดแทน เพราะลูกจ้างข่าวสารพันล้านคนนี้มีผลด้านความนึกคิดต่อผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย รวมทั้งกำลังจะกลับไปทำงานด้านสื่อในเร็ววันนี้” นายเชาว์กำหนด
ปรากฏว่าเฟซบุ๊ก “ยกวิทย์ ดวงใจวิศิษฎ์” ของนายยกวิทย์ ดวงใจวิศิษฎ์ อดีตกาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครักประเทศไทย โพสต์ใจความตอบโต้นายเชาว์ หัวข้อ “สันดานคน ที่ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง” กล่าวว่า “ขอเรียนให้คนหัวขวดบางคนที่ไม่รู้เรื่องกฎระเบียบของกรมราชฑัณท์ได้ทราบว่า “การพักโทษ” ในแต่ละเดือน นักโทษที่ตรงเกณฑ์พักโทษควรเป็นนักโทษที่ทำไม่ดีคราวแรก ไม่ใช่ทำผิดซ้ำซาก และไม่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ อย่างคดีฆ่า ความผิดเกี่ยวกับเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา เรียงคิวขืนใจ หรือหลอกลวงสามัญชน แบบนี้พักโทษไม่ได้ ที่สำคัญไม่ได้เป็นการพักโทษสรยุทธเพียงผู้เดียว เพราะรวย เลื่องลือ หรือดวงดีคุณต้องตอบแทนคนไหนอะไร แม้กระนั้นเป็นเพราะได้ตรงเกณฑ์ตามข้อกำหนดของกรมราชฑัณท์ คนจนหรือคนรวยติดตะรางก็มีสิทธิจะพักโทษได้เหมือนกัน อย่าไปตั้งแง่คนรวยทำได้ คนจนทำไม่ได้ เสมอเหมือนตัวเองเข้าใจคนจนนักหนา โถ.. รวยหรือจนถึง ในขณะนี้ติดตะรางเหมือนกันหมด

หรือถ้าหากมีความคิดว่าข้ามขั้นตอนได้ ทดลองไปถามบรรดารัฐมนตรี อธิบดี นักการเมืองที่เข้าเรือนจำเพราะคดีจบแล้ว ว่าลัดขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ได้ไหม? การใช้ชีวิตเช่นนักโทษทั่วไปเกิดเรื่องลำบากกว่าจะปรับตัวได้ สังเกตดูหน้าตา ร่างกาย ล้วนซูบซีด น้ำหนักลดพรวดพราดโดยไม่ต้องรับประทานยาลดความอ้วน ผมที่เคยดำก็ขาวหงอกทั้งยังหัว ถ้าหากรับประทานอยู่สบายจริง เพราะเหตุไรถึงมองไม่เหมือนกันไปอย่างกับคนละคน? ต้องการให้คนพูดไปทดลองติดตะรางมอง มันสบายเสมือนพูดพล่อยๆที่กล่าวออกมาไหม? ติดตะรางไม่มีสบายหรอก ยิ่งสมัยปัจจุบันด้วยแล้ว บรรดานักโทษหรือญาตินักโทษคนอื่นต่างต้องร้องเรียนกันทันที ไม่มีเบรคขอรับ เพราะอิสรภาพต้องการของทุกคนเหมือนกันหมด คดีที่ทำให้ท่านสรยุทธติดตะราง นับว่าเป็นคดีแนบมาตราเมื่อมีอภัยโทษ อันแปลว่า แม้จะได้ชั้นหนึ่งก็ไม่ได้ลดแบบนักโทษผู้อื่นเขาเสียด้วย เพราะจะถูกลดอัตราส่วนให้ลดลง อย่างเช่น ปกติชั้นหนึ่ง ได้ลดโทษ 1 ใน 2 (ภาษาเรือนจำเรียกผ่าครึ่ง) อย่างเช่น ติด 8 ปีลดเหลือ 4 ปี ส่วนสรยุทธได้ลดเพียงแค่ 1 ใน 3 แปลว่า ติด 8 ปี ลดได้เพียงแต่ 2 ปีครึ่งเท่านั้น แม้กระนั้นฟ้าโปรด มีการอภัยโทษ 2 ครั้งในปีก่อน ระหว่างสรยุทธอยู่ในเรือนจำ จะไปว่าสรยุทธมีสิทธิพิเศษได้ยังไง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจะมีอภัยโทษเมื่อใด? แม้แต่กรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่เคยทราบ

ส่วนคนยิ่งดัง เข้าเรือนจำยิ่งต้องทำใจ เพราะตกจากฟ้ามาสู่ดินในช่วงข้ามคืน กรมราชทัณฑ์ยิ่งต้องระมัดระวัง ทำทุกอย่างตามข้อกำหนดเป๊ะ ไม่ถูกไม่ได้ เพราะจะถูกร้องเรียนจากนักโทษด้วยกันทันที ในเรือนจำนักร้องเรียนมากขอรับ หูตาไว คนไหนได้ข้ามขั้นแซงหน้าเพื่อนพ้องเกิดเรื่องแน่ ไอ้คนที่กล่าว เสียดายความรู้ที่เล่าเรียนมา เป็นนักการเมืองก็ไม่ได้ เป็นนิสัยคนประเทศไทยก็ไม่ใช่ คนทำผิดแล้วไม่หนี เดินก้มเข้าเรือนจำ ยังทำประโยชน์ให้สังคมได้ ดังเช่นว่าคนครัวเป็น ก็ไปปรุงอาหาร คนทำไม้เป็น ก็ไปเป็นช่างไม้ คนเคยเป็นคุณครู ก็ไปสอนหนังสือนักโทษ ทุกคนล้วนปฏิบัติตนมีคุณประโยชน์ต่อราชการ มีระบบระเบียบปรับชั้นได้ สลับกัน ถ้าหากคนไหนทำผิดระเบียบชกต่อยกันในเรือนจำก็โดนปรับชั้นลงได้เหมือนกัน โน้ส อุดม เป็นนักแสดงที่น่านับถือ ที่เข้าไปสร้างคุณประโยชน์ สร้างความเบิกบานใจในเรือนจำ ไม่ใช่เฉพาะตอนสรยุทธติดเท่านั้น ทดลองไปดูใน Youtube หลายที่ที่คุณโน้สเข้าไป ทั้งยังเรือนจำอุทัยธานี รวมทั้งอีกหลายเรือนจำ สามารถช่วยลดความเครียดในเรือนจำเป็นบางครั้งบางคราวให้นักโทษได้ แม้กระนั้นสังคมไทยมักมีคนทำนองนี้ คืออยากดังแม้กระนั้นไม่เคยทราบจะทำให้ตัวเองดังยังไง เลยต้องเกาะกระแสวิพากษ์วิจารณ์คนดังไปเรื่อย เข้าทำนอง “อยากดัง แม้กระนั้นหาตัวเองไม่เจอ” ที่สำคัญคือไม่มีองค์ความรู้ คนแบบนี้ไม่มีวันรุ่งเรือง อยู่ที่แห่งไหนก็ไปหมั่นไส้ผู้อื่น ตัวเองดี ผู้อื่นเหลวแหลก แม้กระนั้นแกล้งบอกว่าไม่ได้เกลียดชัง

ผมเป็นคนนึงที่เคยเปิดโปงหลายแบบของกรมราชทัณฑ์มากว่า 15 ปี เพราะเคยไปติดจริงตั้งแต่ปี 2546 จวบจนตอนนี้ เห็นด้วยว่ากรมราชทัณฑ์ปรับปรุงปรับแต่งไปๆมาๆกในสมัยหลังๆมือถือไม่มี ยาไม่มี แม้แต่บุหรี่ยังไม่มีให้สูบ อดีตสมัยดูดได้เสรีจนกระทั่งก่อนนอน ถามจริงๆคนหัวขวดที่พูดพร่ำเรื่องความถูกต้อง เคยเข้าไปในเรือนจำ เคยเห็นภาวะในเรือนจำภายในสักที่หรือไม่? สรยุทธสู้คดีถึงฎีกา คืนเงินพร้อมดอกเบี้ย เข้าไปติดตะราง ตรงเกณฑ์พักโทษพิเศษ โทษยังไม่ได้หมดไป ต้องใส่กำไล EM จะไปไหนอย่างเสรีก็ไม่ได้ ออกนอกพื้นที่ต้องขออนุญาต ไม่ได้ข้ามขั้นตอนใดของทางกรมราชทัณฑ์เลยสักนิด คนแบบนี้ควรให้เขาออกมาทำประโยชน์ดียิ่งกว่าไหม? เพราะถ้าหากเทียบกับคนไร้ประโยชน์ ที่มัวแต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นแล้ว เขายังทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าแยะ”