04/10/2022
Breaking News

ถอดรหัส Spider-Man : No Way Home ‘ดร. สเตรนจ์’ ทำ ‘มัลติเวิร์ส’ ปั่นป่วน

วิเคราะห์เจาะลึกหนัง “สไปเดอร์แมน” ภาค 3 จากตัวอย่างแรกที่พึ่งเผยออกมาให้ชมกัน พร้อมการสันนิษฐานว่านอกจากตัวร้ายจากภาคก่อนแล้ว “ไอ้แมงมุม” จากจักรวาลอื่นก็อาจข้ามมิติมา “ครอสโอเวอร์” กันก็เป็นไปได้

ติดเทรนด์ฮิตไปทั่วทั้งโลกทันทีที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้ชมกัน สำหรับ Spider-Man: No Way Home หนังลำพังภาค 3 ของ ‘ไอ้แมงมุม’ เวอร์ชั่น ‘ทอม ฮอลแลนด์’ ที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากคนชอบดูหนังเยอะที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลซูเปอร์วีรบุรุษ

Spider-Man: No Way Home (2021) เป็นหนังภาคต่อจาก Spider-Man: Homecoming (2017) และ Spider-Man: Far From Home (2019) แต่เนื้อหาของเรื่องถูกเก็บเป็นความลับมาตลอดหนึ่งปีที่ล่วงเลยไป จนกระทั่งทำให้แฟนคลับไอ้แมงมุม รวมถึงคนชอบดูหนังซูเปอร์วีรบุรุษจักรวาลมาร์เวล เฝ้าคอยดูตัวอย่างแรกที่ดิน ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’ ปล่อยออกมาให้ชมกันอย่างใจจดใจจ่อ
แล้วเรื่องย่อของ Spider-Man: No Way Home ที่พอเพียงจะสรุปได้จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาตอนวันที่ 24 ส.ค. 2564 มีอยู่ว่า ‘ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์’ ถูก ‘มิสเทริโอ’ (Mysterio) เปิดเผยว่าเป็น ‘สไปเดอร์แมน’ จนกระทั่งดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างทุกข์ยาก เขาก็เลยไปขอร้องจาก ‘ดร.สเตรนจ์’ (Stephen Strange) ให้ช่วยใช้เวทมนต์เสกให้ไม่มีผู้ใดนึกออกว่าผู้ที่สวมชุดสไปเดอร์แมนออกปฏิบัติการไปทั้งเมืองเป็นใคร
แม้ ‘หว่อง’ จะเตือนแล้วว่าอย่าใช้เวทมนต์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วเนื่องจากว่า ‘มันอันตรายเกินความจำเป็น’ แต่ ‘ดร. สเตรนจ์’ ก็ยังกระทำตามคำร้องขอของ ‘ปีเตอร์’ จนกระทั่งจักรวาลเกิดความผันผวน และเกิดเหตุร้ายแรงอย่างคิดไม่ถึงตามมา

spide2

spide3

‘ดร. สเตรนจ์’ ผู้ที่ทำ ‘มัลติเวิร์ส’ แปรผัน
แล้วการใช้เวทมนต์ของ ดร. สเตรนจ์ นำไปสู่คำตอบอะไรตามมาบ้าง?

คำตอบเป็น ทำให้วายร้ายตัวเอ้อย่าง กรีน ก็อบลิน (Green Goblin) และ ดร. อ็อกโตปุส (Dr. Octopus) ซึ่งอยู่อีกจักรวาลหนึ่ง (บอกให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ตัวร้ายในหนังสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นที่แสดงโดย ‘โทบี้ แมคแกว่งร์’ และสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นที่แสดงโดย ‘แอนดรูว์ การ์ฟิลด์’) สามารถข้ามมิติเข้ามาก่อความวุ่นวายในจักรวาลของ ‘สไปเดอร์แมน-ทอม ฮอลแลนด์’ ได้นั่นเอง
Spider-Man: No Way Home ควบคุมโดย ‘จอน วัตส์’ (Jon Watts) คนที่ควบคุม Spider-Man: Homecoming และ Spider-Man: Far From Home หนัง 2 ภาคก่อนเอาไว้

spide4

ส่วนเหล่าดาราก็ยังเป็นหน้าเดิมทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็น ทอม ฮอลแลนด์ (สไปเดอร์แมน, ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์) เซนดายา (เอ็มเจ-แฟนของปีเตอร์) เจค็อบ บาตาลอน (เน็ด ลีดส์-เพื่อนซี้ของปีเตอร์) มาริสา โทเมอิ (ป้าเมย์) เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์ (ดร. สเตรนจ์) เบเนดิกต์ หว่อง (หว่อง) เจมี่ ฟ็อกซ์ (อิเล็กโตร) และอัลเฟรด โมลินา (Dr. Octopus)
‘สไปเดอร์-โทบี้’ ข้ามจักรวาลมาครอสโอเวอร์?
นอกเหนือจากคนร้ายตัวเอ้แล้ว แฟนคลับยังเดากันอีกว่าสไปเดอร์แมนจากจักรวาลอื่นก็อาจเดินทางข้ามมิติในขณะที่แปรผันมาด้วยเหมือนกัน โดยการสันนิษฐานนี้มาจากการที่ ‘อัลเฟรด โมลินา’ กลับมารับบท Dr. Octopus ที่เขาเคยเล่นไว้ภายในภาพยนตร์ Spider-Man 2 (2004) เวอร์ชั่นที่ โทบี้ แม็คแกว่งร์ เล่นเป็นสไปเดอร์แมนนั่นเอง

ดังนี้ แฟนคลับไม่ได้จิตไปเองเพียงแต่เนื่องจากว่ามองเห็น Dr. Octopus มาปรากฎตัวในหนังแค่นั้น แต่การสันนิษฐานนี้ยังมาจากบทสัมภาษณ์ของโมลินากับทาง Variety เมื่อต้นปีว่า บทของเขาใน Spider-Man: No Way Home จะต่อจากเหตุในหนัง Spider-Man 2 เวลาที่ Dr. Octopus ยอมสละตัวเอง จมลงไปในแม่น้ำพร้อมเตาปฏิกรณ์ปรมาณูเพื่อป้องกันเมืองเอาไว้

ซึ่งการกลับมาของ Dr. Octopus ในครั้งนี้อาจเป็นการบอกใบ้เป็นนัยๆ(หรือเปล่า) ว่า ‘สไปเดอร์-โทบี้’ เองก็อาจจะมาปรากฎตัวใน ‘Spider-Man: No Way Home’ ก็เป็นไปได้
‘อิเล็กโตร’ อาจข้ามมิติมาเหมือนกัน
นอกเหนือจาก Dr. Octopus แล้ว ‘อิเล็กโตร’ ศัตรูคนสำคัญอีกคนของสไปเดอร์แมนก็อาจกลับมาด้วยเหมือนกัน

spide5

spide6
การสันนิษฐานนี้มาจากการที่ ‘เจมี่ ฟ็อกซ์’ เผลอหลุดสปอยล์ไว้ภายในอินสตราเอ็งรมของเขา (ที่ช่วงนี้ลบทิ้งไปแล้ว) ว่าจะกลับมารับบท ‘อิเล็กโตร’ ที่เคยเล่นไว้ภายใน The Amazing Spider-Man 2 (2014) เวอร์ชั่นที่ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ รับบทสไปเดอร์แมน อีกครั้ง

ภายหลังที่มองเห็นเหล่าวายร้ายจากจักรวาลต่างๆกลับมาปรากฎตัวใน Spider-Man: No Way Home กันอย่างพร้อมหน้าแบบนี้ แฟนคลับก็เลยอดรนทนไม่ไหว เรียกร้องไปทาง ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’ ทำไมไม่นำ ‘สไปเดอร์-โทบี้’ และ ‘สไปเดอร์-แอนดรูว์’ ข้ามจักรวาลมาครอสโอเวอร์ในหนังของ ‘สไปเดอร์-ทอม’ เพื่อเป็นโบนัสให้กับแฟนคลับไปเลย

อย่างไรก็ดี ทั้งปวงนี้เป็นเพียงแต่การคาดการณ์ของแฟนคลับที่ยังไม่มีการตอบรับจากทางผู้สร้างแต่อย่างใด คงจะจำเป็นต้องรอดู trailer ตัวต่อไปว่าจะเผยรายละเอียดอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า ซึ่งถ้าไม่มีก็คงจะจำเป็นต้องข่มใจรอดูในหนังซึ่งทางโซนี พิคเจอร์สวางโปรแกรมฉาย (ในสหรัฐอเมริกา) เอาไว้วันที่ 17 เดือนธันวาคม ถ้าไม่มีอะไร (โดยเฉพาะวัววิด-19) มาทำให้เปลี่ยนแปลง

spide7

ส่วนใครที่ดูตัวอย่าง Spider-Man: No Way Home แล้วอยากย้อนกลับไปมองภาคเก่าๆเพื่อทวนเรื่องราวที่ลืมไปแล้ว หรือจะตระเตรียมก่อนดูหนังที่จะเข้าฉายธันวาคมนี้ ก็สามารถหาดูได้ทาง Netflix ซึ่งมีให้มองแทบครบหมายถึงสไปเดอร์แมนอีกทั้ง 3 ภาคของ โทบี้ แมคแกว่งร์ (Spider-Man, Spider-Man 2, Spider-Man 3) และสไปเดอร์แมน 2 ภาคของ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ (The Amazing Spider-Man, The Amazing Spider-Man 2)

ส่วนหนังสไปเดอร์แมนของ ทอม ฮอลแลนด์ นั้น ทาง Netflix มีให้มองแค่ภาคแรก Spider Man: Homecoming แค่นั้น ส่วนภาค 2 Spider Man: Far From Home สามารถรับชมได้ทาง HBO GO