02/10/2022
Breaking News

“น็อต วรฤทธิ์” – “เพชร กรุณพล” เปิดใจเคลียร์ซึ่งหน้า ดราม่าร้อน #เพื่อนพ้องฟาดเพื่อนพ้อง

เปลี่ยนเป็นข้อความสำคัญร้อนเริ่มสัปดาห์ที่คนไม่ใช่น้อยมีความสนใจอยู่จำนวนมาก สำหรับในกรณีที่สองหนุ่มเพื่อนซี้ เพชร-กรุณพล เทียนทอง แล้วก็ น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ สาดคอมเมนต์เดือดใส่กันผ่านโลกโซเชียลฯ แถมยังคงใช้ข้อความขึ้น มึง-เรา จนคนไม่ใช่น้อยอดเป็นห่วงความข้องเกี่ยวไม่ได้

ล่าสุดในรายการ เปิดโปง ทางช่อง GMM25 โฆษกฝีปากกล้า มดดํา-คชาภา ตันเจริญก้าวหน้า ก็ได้ถือโอกาสชวนทั้งคู่มาร่วมเสวนากันแบบซึ่งหน้าเกี่ยวกับข้อความสำคัญดราม่าดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยที่ เพชร กรุณพล แล้วก็ น็อต วรฤทธิ์ ได้จัดการทุกๆหัวข้อที่คนไม่ใช่น้อยยังคงเป็นห่วง รวมทั้งพูดย้ำความข้องเกี่ยวในฐานะ “เพื่อน” ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานกว่า 20 ปี ให้แฟนคลับได้สบายใจว่า…
เพชร – “เป็นอันที่จริงแล้วผมกับน็อตพวกเราก็จะคุยกันประเด็นการเมืองอยู่ในกลุ่มไลน์ ซึ่งจะมีพี่ลิง พี่อ๊อฟ พี่กิ๊ฟ พี่ทีน รวมทั้งพี่เอ็ม เป็นพวกเราก็จะคุยกันแลกกัน แล้วก็เนื่องจากว่ารู้จักกันมาหลาย 10 ปี เวลาคุยกันตามประสาเพศชายพวกเราก็จะมีการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพและหยาบคายกันนิดหน่อย ขึ้นมึง ขึ้นเรา หรืออะไรอะไรก็แล้วแต่แต่พวกเราก็ไม่เคยมีอารมณ์ที่จะเก็บมาเพื่อรังควานกัน”
น็อต – “อันที่จริงแล้วในกลุ่มนี้พวกเราคุยกันทุกเรื่องนะครับ เรื่องพรรคพวก เรื่องในวงการ ประเด็นต่างๆนานา คุยกันทุกเรื่องอยู่แล้ว รวมทั้งแลกข้อคิดเห็นกันเป็นเรื่องปกติ”

ข้อความสำคัญที่มีปัญหากันเป็นเรื่องวัคซีน ?

น็อต – “หลักๆผมได้ไปอ่านมาจากคนอื่นๆ แล้วก็ผมก็โพสต์เพื่อเก็บไว้อ่านเพราะว่ามันยาว ยังไม่ว่างอ่าน ต่อนี้ไปเพชรมันมาอ่านก่อน มันก็เลยมาเขียนๆของมัน แต่เนื่องจากว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันสนิทกันแล้วก็ผมยังไม่ได้อ่านที่เพชรมันเขียนหรอก ผมก็เลยตอบมันไปว่า ‘เรื่องของมึง’ เป็นเป็นการที่เพื่อนคุยกัน”

เพชร – “เพชรมีความคิดว่ามันเป็นเรื่องของตัวเขียนด้วยนะครับ คือมันไม่อาจจะสื่ออารมณ์ได้ว่าแต่ว่าละคนมีความรู้สึกอย่างไรกับคำพูดนั้น แล้วก็คำพูดมันก็เป็นคำพูดที่คุยกันแบบมีคำพูดที่ไม่สุภาพและหยาบคาย ขึ้นมึง ขึ้นเรา หรือมีคำว่าเสื-ก ซึ่งถ้าเกิดเป็นเพื่อนเพศชายคุยกันมันเป็นเรื่องปกติ แต่พอเพียงมันเปลี่ยนเป็นผู้ที่ไม่ได้ทราบดีว่าพวกเรารู้จักกันมากแค่ไหน สนิทกันมากแค่ไหน หรือใช้คำพูดยังไง คือมันไม่ผิดที่คนจะตีความแล้วก็สื่อไปในแนวนั้นได้ ยิ่งมันเป็นกระแสที่คนมีความกังวลใจเกี่ยวกับวัคซีนด้วย”

วันนี้พวกเราต้องการจะบอกอะไรถึงสิ่งที่พวกเราสื่อสาร ?

not1

น็อต – “ข้อที่ 1 คือ เฟซบุ๊กที่ผมเล่น ผมตั้งพนาลัยเวท ก็คือปิดเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วก็ผมก็เอาไว้ดูเพื่อนฝูงที่รู้จักกันซึ่งมีไม่มากมาย สาระสำคัญเป็นผมกับเพชรพวกเรารู้จักกันมานานมาก แล้วก็พวกเราก็พูดจากันแบบนี้ แบบเพื่อนเกลอกัน กล่าวกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งพวกเราก็เห็นด้วยซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ไม่มีผู้ใดโกรธ ไม่มีผู้ใดไม่ชอบกัน แล้วก็สำคัญที่สุดตอนนี้เป็น พวกเรากำลังอยู่ในการสู้รบที่ต่อสู้กับเชื้อไวรัส ศัตรูของพวกเราเป็นไวรัส ไม่ใช่พวกเรากันเอง ฉะนั้นในวันนี้มันไม่ใช่ว่าพวกเราต้องมามีความเห็นที่ต่างกัน มีข้อมูลที่ต่างกัน แล้วต้องมาตีกันให้ตาย เพราะเหตุว่าสิ่งที่พวกเราต้องเอาชนะเป็นไวรัสโควิด ที่ปรารถนาความร่วมแรงร่วมมือจากทุกคน มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย มนุษย์ทุกคนบนนี้จำเป็นต้องด้วยกัน ทำเช่นไรก็ได้ให้ไวรัสมันไม่ใช้พวกเราเป็นเครื่องมือ เป็นพาหะสำหรับการส่งต่อไวรัสไปถึงคนอื่นๆ นี่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าใครจะมีข้อมูลอะไรก็แล้วแต่ เอามาแชร์กัน เอามาคุยกันอย่างประดิษฐ์ ช่วยกันหาทางออกให้กับมนุษยชาติทุกคนบนโลกใบนี้”

เพชร – “เป็นบทความนั้นน็อตเขาไม่ได้เขียนนะ แต่น็อตแชร์มา ผู้ที่เขียนเขาเขียนทำนองว่า ‘ไวรัสเชื้อตาย เป็นไวรัสที่ปลอดภัย ส่วน mRNA เป็นไวรัสใหม่ที่ยังไม่มีผลการทดสอบ รวมทั้งอาจจะส่งผลให้ DNA ของพวกเราเกิดการเปลี่ยน รวมทั้งอาจจะส่งผลให้พวกเราเปลี่ยนเป็นซอมบี้’ คือมันเป็นเรื่องที่คนไม่ใช่น้อยได้ยินมา แต่มันยังไม่มีบทพิสูจน์ แล้วก็สำหรับผมนะ ผมรู้สึกว่าการที่เขาเขียนทำนองว่า ‘การมีวัคซีนหลากหลายมันไม่ดี เพราะเหตุว่ามันจะทำให้เกิดค่าใช้สอยของรัฐบาล ทำให้มีต้นทุนสำหรับการเก็บรักษาอะไรต่างๆนานา’ ซึ่งผมก็เห็นต่าง เพราะเหตุว่าผมคิดว่าการที่พวกเรามีวัคซีนหลากหลายมันก็สามารถใช้กับผู้ที่ต่างกัน ทั้งยังในช่วงอายุ ทั้งยังในเรื่องสุขภาพ ทั้งยังในประเด็นการใช้งาน แล้วก็วัคซีนมันก็สามารถยับยั้งการรับเชื้อได้ดี แล้วก็มันก็มีบททดสอบมาแล้ว แล้วก็ข้อเท็จจริงที่พวกเราเห็นอยู่ว่า วัคซีนสิโนแวค สำหรับการฉีดก็ไม่สามารถปกป้องให้พวกเราไม่เป็นอันตรายได้ แต่ทำให้พวกเราไม่มีอาการหนักจนกระทั่งแก่ชีวิตได้มากขึ้น”

น็อต – “อย่างที่บอก ผมแชร์เอาไว้เพื่ออ่านศึกษาเล่าเรียนของตนในพื้นที่ของตน เพชรก็มีข้อมูลของเพชร เพชรก็เข้ามาให้ข้อมูลของเพชรในพื้นที่ของผมแค่นั้น ผมก็บอก อ้าว! โน่นเป็นเรื่องของมึง เพื่อนกันผมก็บอก เรื่องของมึงไว้ก่อน เดี๋ยวผมขออ่านให้เป็นระเบียบก่อน ขออ่านให้จบก่อน แล้วก็ท้ายที่สุดผมก็ขอบคุณมากข้อมูลของเขาที่เขาส่งมาให้”

เพชร – “ใช่ๆแล้วก็ท้ายที่สุดน็อตก็พิมพ์คำว่ ขอบคุณมาก ซึ่งถ้าเกิดเห็นคนไหนกันที่เข้าไปแรกๆก็จะมีความคิดเห็นว่าผมเข้าไปกดหัวใจให้เขา ซึ่งครั้งใดก็ตามผมได้อ่านข้อความไม่ว่าจะของไม่ว่าใคร ผมก็จะมาร์กไว้ว่าข้อความนี้ผมได้อ่านแล้วได้ตอบแล้วด้วยรูปหัวใจ แล้วก็มันก็ผ่านมาโดยประมาณ 5-6 วันแล้วด้วย รวมทั้งมีคนมาแชร์ ซึ่งเพชรก็รู้สึกว่ามันบางครั้งอาจจะเนื่องจากความเลื่อมใสทางด้านการเมืองที่ต่างกันระหว่างเพชรกับน็อต รวมทั้งในช่วงเวลานี้กระแสการเมืองมันก็เปลี่ยนค่อนข้างไว คนก็รู้สึกว่ามีแรงกดดันกับสถานการณ์บ้านเมืองที่มันควรจะต้องดีมากยิ่งกว่านี้แต่พวกเรายังมองไม่เห็นแสงสว่าง มันเลยทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าใครที่ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือแชร์ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ควรจะต้องออกมารับผิดชอบ”

“แล้วก็อีกอย่างหนึ่งตอนนี้ก็เป็นกระแสเกี่ยวกับผู้ที่เคยออกมาม็อบในสมัยเก่า ว่าควรจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นในในตอนนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องการจะบอกทุกคนว่า ไม่มีผู้ใดผิดหรอกในวันนี้ น็อตสามารถคิดแบบนี้ก็ได้ เพชรสามารถคิดแบบนี้ก็ได้ แจ็คสามารถคิดแบบนี้ก็ได้ หรือคุณผู้คุณชมก็เช่นกัน”
ณ วันนี้คุณน็อตไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองแล้ว ?

น็อต – “สิ่งที่ผมโพสต์มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมืองเลย มันเกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจที่ผมต้องการจะศึกษาเล่าเรียนก่อน ว่าอันที่จริงแล้ววัคซีนทั้งหมดที่พวกเรามีในโลกใบนี้อะไรที่มันพอเพียงจะช่วยกันได้บ้าง เป็นความรู้ที่ผมต้องการจะแชร์เอาไว้อ่านเอง เพียงแค่นั้น เหตุผลมีเพียงแค่นั้น รวมทั้งไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองด้วย เกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจทางด้านวัคซีนเพียงแค่นั้น ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการเมืองอะไรก็แล้วแต่เลย ฉะนั้นอย่าเอามาโยงประเด็นการเมือง ไม่ได้เกี่ยวอะไร ในเฟซผมก็ไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองทั้งมวล”

ตอนนี้คนคิดว่าเป็นการสู้รบระหว่างเพื่อน ?

เพชร – “เป็นก็มีบางข้อความของน็อตที่ผมไม่สบอารมณ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเมื่อพวกเราตั้งมั่นในหลักประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงที่จะสามารถอธิบาย หรือพรีเซนเทชั่นแนวความคิดความเลื่อมใสของตนได้ แม้จะไม่ถูกใจพวกเราก็จะต้องรับฟัง เพราะเหตุว่าถ้าเกิดพวกเรากล่าวว่า พวกเราอยู่ฝั่งประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะให้ความเห็น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำการใดๆที่จะไปละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น และไม่ไปละเมิดกฎหมายของประเทศ ผมเชื่อว่าวันนี้การที่ผมมายืนอยู่นี้ มาบอกว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น คนไม่ใช่น้อยก็บางครั้งอาจจะไม่สบอารมณ์ผมเช่นกัน ซึ่งผมก็ต้องขออภัยจริง”

not

“ผมต้องการจะกล่าวว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดต่างกับพวกเรา ไม่ว่าใครที่เคยมีสมัยก่อนอันทรามซึ่งพวกเราไม่เคยถูกใจ การด่าทอ หรือการผลักเขาออกไปจากเส้นทางของพวกเรามันไม่ได้ช่วยปรับให้ความสำเร็จของพวกเราที่พวกเราตั้งใจไว้มันเกิดเร็วขึ้น มันกลายเป็นว่าทำให้พวกเรานั้นสร้างศัตรู ที่บางครั้งอาจจะเป็นศัตรูตัวเล็ก แล้วก็เปลี่ยนเป็นเปลี่ยนเป็นศัตรูตัวใหญ่ขึ้น แล้วก็มีความแค้นที่มากขึ้น ซึ่งโน่นจะทำให้เป้าหมายที่พวกเราจะก้าวเดินไปมันถูกฉุดรั้ง ดังนั้นไม่ว่าใครที่มีความเห็นที่แตกต่างกันกับพวกเรา พวกเราให้ความรู้เขา ให้ข้อมูลเขา มาแลกกันข้อมูลของพวกเรากับข้อมูลของเขามันต่างกันอย่างไร แล้วก็ทำให้เขาเข้าใจในเส้นทางของพวกเรา เพราะเหตุว่าผมเชื่อว่าการขับเคลื่อนให้ประเทศนี้ให้มันไปต่อด้านหน้าได้ มันจะต้องใช้มวลชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ไม่ว่าความคิดใด ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการให้ประเทศชาตินี้ดีทั้งหมดแหละ”

“พวกเราควรจะเดินไปด้วยกันด้วยความเข้าใจ อย่าเดินไปด้วยความเคียดแค้น เส้นทางมันมีหลายทางในการที่จะไปยอดดอย แต่ถ้าเกิดเขาจะเลือกทางนั้นพวกเราก็ต้องปลดปล่อยเขา ส่วนพวกเราเลือกทางนี้พวกเราก็ต้องตั้งมั่นในเส้นทางของพวกเรา พยายามเข้าใจเขาเข้าใจพวกเรา อย่าทำเสมือนที่พวกเราไม่อยากให้คนไหนกันมาทำกับพวกเรานะครับ”

ท้ายที่สุดพวกเรามีอะไรต้องการจะบอกกับผู้ชมหรือผู้ที่ติดตามข่าวไหม ?

น็อต – “ยังไงพวกเราก็ชาวไทยด้วยกัน ไม่ว่าคุณจะมาด่าว่าผมเนื่องจากว่าคุณไม่สบอารมณ์ในสิ่งที่ผมโพสต์ไปหรืออะไรก็แล้วแต่ มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกนะครับ ทุกอย่างมันจะดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวเราเองที่จะเข้าใจโรคจริงๆแล้วก็อยู่กับมันให้ได้จริงๆอย่างที่ผมบอกศัตรูของพวกเราไม่ใช่พวกเรากันเอง แต่ศัตรูของพวกเรามันเป็นโควิด พวกเราต้องเอาชนะมันให้ได้ก่อน เอาชนะมันให้ได้ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกคนบนโลกใบนี้ เป็นอันมากใจให้ทุกคนนะครับ”