03/10/2022
Breaking News

บิดามารดาไวท์ ณวัชร์ ให้ปากคำ เปิดเผยคู่ความใช้ค้อนเป็นอาวุธ ข่มขู่ไปคุยกันในศาล

บิดามารดาไวท์ ณวัชร์ พุ่มไม้โพธิสวย นักแสดงหนุ่ม ให้ปากคำเพิ่มอีกกับตำรวจ สภ.บางกรวย

ทนายเปิดเผยมีผู้เห็นเหตุการณ์มองเห็นเหตุผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย คู่แค้นใช้ค้อนเป็นอาวุธ

กรณี นายสุรศักดิ์ พุ่มไม้โพธิสวย อายุ 58 ปี พ่อของ นายณวัชร์ พุ่มไม้โพธิสวย หรือไวท์ ดารานักแสดง ถูกหนุ่มคู่แค้นประทุษร้ายด้วยการต่อยและก็ยังตบหน้านางนฤมล อริยานุวัฒน์ อายุ 47 ปี ภรรยาของนายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นมารดานายณวัชร์ หลังเกิดอุบัติเหตุบนถนนเฉี่ยวชนกันจนถึงต้องหยุดรถเพื่อตกลงกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงวันที่ 30 เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาราว 13.00 น. รอบๆเชิงสะพานข้ามคลองมหาความเจริญรุ่งเรือง ถนนราชพฤกษ์ ต.มหาความเจริญรุ่งเรือง อำเภอบางกรวย จ.จังหวัดนนทบุรี ถัดมานายสุรศักดิ์เข้าแจ้งความกับพนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อฟ้องร้องกับคู่แค้นดังกล่าวข้างต้น ก่อนพนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวนส่งตัวไปตรวจร่างกาย โดยมีรายงานข่าวสารว่า คู่แค้นดังกล่าวข้างต้นเป็นบุตรชายของเจ้าหน้าที่รัฐระดับที่ถือว่าสูงในศาลนั้น

white1

ความก้าวหน้าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ส.ค. 2564 นายสุรศักดิ์ นางนฤมล และก็ไวท์ ณวัชร์ พุ่มไม้โพธิสวย นักแสดงหนุ่ม พร้อมนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ ได้เดินทางมาที่ สภ.บางกรวย จ.จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ปากคำเพิ่มอีกกับ พันตำรวจตรีพรรัตน์ คาบสมุทร สว.(สืบสวน) สภ.บางกรวย
นายสุรศักดิ์ กล่าวมาว่า วันที่เกิดเหตุได้ไปทำธุระเสร็จแล้วได้แวะซื้อของกินข้างในปั๊มน้ำมัน การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หลังซื้อเสร็จ ขับขี่รถออกจากปั๊มธรรมดา มิได้มีเรื่องหรือขับขี่รถปาดกับคู่แค้นเลย ได้ขับอยู่เลนซ้ายตามเดิม แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ คนขับรถเก๋งคัมรี สีฟ้า ได้ปาดหน้ารถตน แล้วเบรกให้ชนด้านหลัง แต่ไม่แรง แล้วจู่ๆคู่แค้นลงจากรถมา ตนจึงเปิดกระจกถามว่า ทำไมขับขี่รถอย่างงี้ ซึ่งคู่แค้นได้ต่อยโดยทันที ตนลงจากรถ ก่อนที่ชายคู่แค้นจะถือค้อนมารังควานตนอีก

นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวนเพิ่มเติ่ม หลังเข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาแล้ว โดยวันที่เกิดเหตุตนได้ขับขี่รถไปทำธุระที่ปั๊มนำ้มันแห่งหนึ่ง หลังทำธุระเสร็จกำลังขับรถออกจากปั๊มน้ำมัน ก็มองเห็นรถของคู่แค้นขับขี่รถออกมาเช่นเดียวกัน เพียงแค่ปาดกัน แต่ก็มิได้มีการบีบแตรอะไร กระทั่งขับขี่รถมาถึงทางลงอุโมงค์วงเวียนพระราม 5 สังเกตว่ารถของคู่แค้นยังคงขับตามด้านหลังมาในลักษณะจี๋ด้านหลังรถมาตลอด ตนจึงได้ชะลอรถ ให้รถคู่แค้นแซงหน้าขึ้นทางเลนขวา ส่วนรถตนอยู่เลนซ้าย หลังจากนั้นก่อนขึ้นสะพานรถคู่แค้นได้ขับขี่รถปาดหน้ารถตนและก็เบรกรถอย่างกะทันหัน จนถึงรถเบรกไม่อยู่พุ่งชนด้านหลังคู่แค้น หลังจากนั้นคนขับรถคู่แค้นซึ่งเป็นเพศชายได้ลงมาจากรถ และก็วิ่งเข้ามาต่อยที่ใบหน้าจนถึงเกิดการต่อสู้ป้องกันภัยกันขึ้น

“เขากลับไปที่รถ เอาค้อนมาตีอีกครั้ง ตนมองเห็นเขามีรอยแผลที่ใบหน้า จึงได้กล่าวว่าพอใช้ได้แล้ว แต่ชายดังกล่าวข้างต้นกลับวิ่งไปแย่งกระเป๋าสำหรับสะพายของภรรยาตนที่นั่งอยู่ในรถออกไปเขวี้ยงทิ้ง และก็ยังตบหน้าภรรยา 1 ครั้ง ก่อนที่แฟนของชายดังกล่าวข้างต้นที่นั่งรถมาด้วยกันจะวิ่งเข้ามาห้าม และก็พาตัวกลับขึ้นรถไป ซึ่งเรื่องก็น่าจะจบแล้ว แต่อยู่ๆเขาก็ถอยรถมาชนก่อนจะขับขี่รถหลบหนีไป”

นายณวัชร์ บอกว่า หลังเกิดเหตุกับบิดามารดาได้โพสต์ข้อความเพื่อขอภาพและก็ข้อมูลคนที่มองเห็นเหตุผ่านทางไอจีของตนเอง ก่อนจะมีพี่คณะทำงานโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า คนที่รังควานบิดามารดาได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ในไอจี ตนจึงได้เข้าไปอ่านมองก็พบว่าเขาเขียนในลักษณะข่มขวัญว่า “เอ็งรู้สึกว่าพ่อเอ็งถูกใช่มั้ย ไปคุยกันในศาล ประเดี๋ยวคุณก็รู้ หลักฐานเป็นไปไม่ได้แปลงเรื่องจริง เป็นดาราและก็อย่าทึ่ม เพราะเหตุว่าสหายๆกูก็รู้จักเอ็ง ตอบกูดิ”

ด้านทนายความ กล่าวมาว่า ในเวลานี้ต้องรอคอยผลตรวจของลูกความจากหมอก่อน เพราะเหตุว่าถูกทำร้ายที่ศีรษะ ส่วนอาวุธที่ใช้เป็นค้อน เพราะเหตุว่ามีผู้เห็นเหตุการณ์มองเห็นเหตุผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย และก็หลักสำคัญที่มีข่าวสารออกมาว่าคู่แค้นมีโรคประจำตัวโรคหนึ่ง ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็เคยรังควานผู้อื่นมาแล้ว ตนยังไม่เคยรู้ แต่เท่าที่มองคลิปเวลาที่เกิดเหตุก็พบว่าสนทนาเข้าใจ ไม่น่าจะเป็นอะไร ต่อจากนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย.