ลิขิตแห่งจันทร์

เริ่มจากตัวนำของเรื่องก็คือแม่หญิงดวงแก้ว และ หมวดโอปอ
น้ำตาลทำให้เห็นว่าผู้แสดงสองคนนี้ “เป็นคนละคนอย่างแจ่มแจ้ง”
เป็นเชื่อเลยว่านี่ล่ะเป็นโอปอและโน่นเป็นดวงแก้ว
พิจะขณา เธอ “เหน็ด” แต้ๆครึ้ม

ถัดมาบิดาแพทย์ที่อโยธยา แรกๆก็บางทีอาจขัดหูขัดตาที่จังหวะจะโคนเอื่อย
แต่พอลองติดตามดูแล้วก็จะพบว่านี่เป็น “หลวงยาวรเวช” จริงๆไม่ใช่เพื่อนฝูง-คณิณ
และยิ่งพบรอยยิ้มตรงไปตรงมาตามแบบฉบับชาวเมืองศรี ก็ยิ่งตอกย้ำว่า “นี่มันไม่ใช่การแสดง” แต่เป็นผู้ที่มีตัวตนจริงๆ

ลิขิตแห่งจันทร์ 1-1
ส่วนพระเอกอีกคนอย่างวัวกระทิง แรกๆก็ขัดหูขัดตาเนื่องจากยังมองไม่ค่อยเนียนเยอะแค่ไหน
แต่บทบู๊ทำให้เชื่อว่า “นี่แหละเป็นตำรวจ” และยิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์บวกกับรอยยิ้มที่มานะจะแอ๊วดวงแก้วทุกเมื่อ
แต่ดูท่าจะเป็นคนขี้ร้อนเห็นเหงื่อซึมทุกซีนเลยเสื้อผ้าแฉะหมด -___-

เราชอบซีนบู๊ทุกซีน มันเท่มาก งามมากมาย และเยี่ยมมาก
พี่แพทย์และโอปอทำได้ดีจนกระทั่งบางทีอาจแปลงเป็นมาตรฐานซีนบู๊ของช่องไปเลยก็ได้
เนื่องจากราวดูหนังใหญ่เลย และทำให้เชื่อว่านั่นแหละคือผู้แสดงในเรื่องจริงๆที่หลุดออกมาจากโลกนิยาย

ลิขิตแห่งจันทร์ 1-2
สรุปก็คือประเด็นนี้ทำให้เราเชื่อว่ามันไม่ใช่การแสดง
เนื่องจากทั้งยังลักษณะท่าทาง น้ำเสียง ท่าทาง และความละเอียดของบทละคร ที่มีที่ติน้อยมาก จนกระทั่งไม่ได้อยากจะจับผิดอะไร
ขอสรรเสริญดาราและคณะทำงานมากมายจริงๆที่แต่งตั้งละคร “โคตะระดี” อย่างงี้มาให้เราหลงเพ้อละเมอหาแต่ผู้แสดงกันไม่เว้นทุกวัน

ลิขิตแห่งจันทร์