21/05/2022
Breaking News

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด”

วันที่ 4 เดือนพฤษภาคม 2564 ทั้งคืนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสม่ำเสมอถึงวันนี้ ชาวโซเชียลน่าจะเลื่อนฟีดแล้วเจอมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ทีแรกหลายท่านอาจมีความรู้สึกว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกลุ่มของเพื่อนฝูงๆในเฟซบุ๊ก แต่ว่าเชื่อหรือไม่ว่าดราม่านี้เป็นความสม่ำเสมอจากกระแส กลุ่มเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถิด” ซึ่ง ณ เวลา 13.55 น. วันนี้ จำนวนสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว
ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเถิด” ทำให้มีหลายท่านออกมาตักเตือนผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่าละเลยเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการลงคะแนนเสียง (กกต.) ที่มองว่า หากสมาชิกในกลุ่มนี้ เพียงแค่ 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปที่ต่างประเทศจริงๆนับว่าน่าวิตก เพราะเหตุว่าผู้ที่จะไปได้ควรจะเป็นระดับครีมของครีม เป็นผู้ที่มีความเข้าใจจริงที่เป็นประเทศนั้นยอมรับ
ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต้านทานเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์ว่า คนวัยหนุ่มสาวรับไม่ได้และไม่มองเห็นวี่แววความเปลี่ยนแปลง ก็อาจต้องการย้ายเพราะเหตุว่าประเทศจำนวนมากไม่เป็นแบบงี้ แต่ว่าถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่ง่าย รวมทั้งความรู้สึกนี้จะแปลงเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกลุ่ม มีความทัดเทียมให้คนทุกคน
แต่ว่าความคิดเห็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวความคิดทางการเมืองตรงข้ามกับสมาชิกจำนวนมากในกลุ่ม “ย้ายประเทศกันเถิด” นั่นคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติปรับใช้ นิด้า (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แทบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยยอมรับว่าช่วงแรกมีความคิดจะไม่กลับประเทศไทย จะอยู่สหรัฐฯ ต่อ
เมื่ออยู่สหรัฐฯ ได้ครู่หนึ่ง จึงรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงแค่ “พลเมืองชั้นสอง” เจอความลำเอียงหรือการเกลียดชังขยะแขยง (prejudice) หลายแบบ เลยทราบว่าอยู่ที่แหน่งใดก็ไม่มีความสุขเหมือนประเทศไทย
แต่ว่าสถานะการณ์ที่ทำให้อาจารย์คนมีชื่อเสียงไม่ต้องการที่จะอยู่เมืองนอกต่อ คือสถานะการณ์ฝังใจในวันที่อากาศหนาวมากมาย…
“วันหนึ่งอากาศหนาวมากมาย ผมจะเข้าบ้านเช้าตรู่ เลยถอดถุงมือเพื่อให้จับลูกกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เนื่องจากว่าหนาวเย็นจัดมากมาย มือเปล่าๆเลยกำเนิดน้ำแข็งติดตามกับลูกบิดประตู ผมจำต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือจนกระทั่งเอามือออกมาจากลูกบิด…” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ เล่า

pp2
จุดหักเหนี้เองที่ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ กำเนิดปริศนาในใจว่า จะอยู่ทรมานเป็นพลเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิดทำไม? วินาทีนั้นจึงตัดสินใจว่าจำต้องกลับมารับใช้กองทัพบ้านเมือง
“ชาติบ้านเมืองของพวกเรา บางครั้งก็อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกแยกขัดแย้ง มีคนเลวทราม มีนักการเมืองชั่วช้าสารเลว มีพสกนิกรชั่วช้าสารเลวรวมทั้งเห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งรังควานกัน แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราตั้งมั่นสำหรับการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าแล้วความดีความชอบจะคุ้มครองปกป้องพวกเรา อยู่ที่แหน่งใด ทำเพื่อคนใดกันแน่ก็ไม่พอๆกับทำให้แผ่นดินกำเนิด”
ก่อนจบท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนเกลียดชาติที่คิดจะไปอยู่บ้านเมืองอื่น ชาติอื่น แล้ววันใดวันหนึ่งคุณจะเข้าดวงใจ สรุปว่า ขอให้พรให้พวกที่ต้องการไป ได้ไป ได้เจอกับเรื่องจริง ขอให้รีบๆไปเลยขอรับ ขอให้พรให้ลาภดี ได้เข้าใจชีวิตจริงๆไม่ได้เหนี่ยวรั้ง ไม่ได้ไล่ ให้พรให้จงรีบไปให้เร็วสมใจอยากต้องการจงทุกอย่าง
ในที่สุดเรื่องเล่าของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ได้แปลงเป็นไวรัลในโซเชียล เพียงแค่ 24 ชั่วโมงหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงความรู้สึกกว่า 3.1 หมื่นครั้ง รวมทั้งแสดงความเห็นมากกว่า 3.3 พันครั้ง
สำหรับคนที่เห็นด้วยต่างสรรเสริญที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้กองทัพ ทั้งเป็นอันมากดวงใจให้ในการต่อสู้เพื่อคุ้มครองป้องกันบ้านเมือง แต่ว่าฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกระหน่ำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการเรียนสูง เพราะเหตุใดจึงไม่เคยรู้ว่าควรใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ในเวลาที่อีกหลายท่านล้อเลียนว่า หากไม่ใช่เพราะเหตุว่าลูกบิด อาจไม่กลับมารับใช้กองทัพ รวมทั้งถัดมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ได้จำกัดผู้ที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว
ล่าสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ โพสต์ถึงเรื่องนี้อีกครั้ง โดยชี้แจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขลูกกุญแจไม่ได้ เพราะเหตุว่าอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วหลงลืมใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู เป็นเรื่องปกติ คนเราเผลอลืมกันได้
ยิ่งกว่านั้นยังเอ่ยถึงชายคนหนึ่งว่า ทะเลาะกับคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัว เพียงพอเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดรวมทั้งประตูบ้านตนเองจนกระทั่งเหลวพังยับ เอาแต่ใจ ไม่มีวุฒิภาวะ มีแต่ว่าอารมณ์ ที่สำคัญทำลายบ้านเมืองรวมทั้งบ้านเมืองของตนเอง
อย่างไรก็ดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อานนท์ ไม่ได้กล่าวว่ากล่าวพาดพิงถึงคนใดกันแน่