25/05/2022
Breaking News

อนุทิน แจงหน่วยงานองค์กรรัฐ-เอกชน ขอสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิดเป็นกลุ่มได้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แจงหน่วยงานรัฐ-เอกชนรวมตัวขอรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ หรือจัดสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์

แล้วขอรับวัคซีนไปฉีดเอง ช่วยเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนอย่างเร็ว แจงผู้ติดเชื้อโรคมากขึ้นจากเรือนจำแล้วก็ไซต์ก่อสร้างที่เขตหลักสี่ ใช้ Bubble and Seal ควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่สู่ภายนอก ถือว่าควบคุมได้ ยังไม่ถึงกับขนาดจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ
วันนี้ (17 เดือนพฤษภาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายไดอารี่ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เข้าหาปรึกษาหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อรายงานการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนโควิด 19 อีกทั้งปริมาณวัคซีนที่มีแล้วก็การกระจายการฉีดวัคซีนใน 3 วิถีทาง คือ ผ่านระบบแพทย์พร้อม ผ่าน อสม. แล้วก็การที่หน่วยงานองค์กรภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชนและก็สมาชิกในครอบครัวจับกลุ่มกันทำหนังสือมายัขี้ตระหนี่รมควบคุมโรคเพื่อขอรับวัคซีน อีกทั้งขอรับการฉีดที่สถานบริการแล้วก็การจัดสถานที่แล้วก็เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนเอง รูปแบบนี้จะช่วยช่วยเหลือภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างมาก อาทิเช่น กระทรวงคมนาคมใช้สถานีกึ่งกลางบางซื่อฉีดเจ้าหน้าที่ขนส่งสาธารณะ หรือกองทัพที่มีพื้นที่แล้วก็หน่วยพยาบาลจัดการฉีดเองได้ หรือกรณีสำนักงานประกันสังคมที่กล่าวว่าจะฉีดให้ผู้ประกันตน ฯลฯ เมื่อฉีดแล้วจะตัดบัญชีจากจังหวัดต้นทาง
สำหรับปริมาณผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่มากขึ้นเป็นอย่างมากนั้น คลัสเตอร์หลักมาจากเรือนจำซึ่งเป็นพื้นที่ปิดแล้วก็ไซต์ก่อสร้างเขตหลักสี่ที่สั่งปิดแล้วได้ทำเป็นโรงพยาบาลสนาม ทั้งปวงใช้มาตรการ Bubble and Seal ไม่ให้มีการแพร่ระบาดสู่ภายนอก คัดจำพวกผู้เจ็บป่วยเป็นกลุ่มเขียวเหลืองแดง โดยจะนำเฉพาะผู้ติดเชื้อโรคมีลักษณะที่จำเป็นต้องถึงมือแพทย์จริงๆออกมา จำนวนมากผู้ติดเชื้อโรคยังเป็นกลุ่มสีเขียว เมื่อครบ 14 วันก็จะหายดี อาทิเช่น เรือนจำติดเชื้อโรค 9 พันกว่าคน เป็นกลุ่มสีเขียวราวปริมาณร้อยละ 70 เมื่อครบ 14 วันจะมีราว 5 พันกว่าผู้ที่แปลงเป็นปริมาณผู้รักษาหาย ทั้งนี้ ได้ให้การเกื้อหนุนยารักษาโรคแล้วก็การฉีดวัคซีน สถานการณ์ถือว่ายังควบคุมได้ ไม่ถึงกับขนาดจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ ส่วนที่มีการผ่อนคลายการรับประทานอาหารในร้าน ขอให้ทุกคนยังคงมาตรการป้องกันควบคุมโรค อีกทั้งเว้นระยะห่างใส่หน้ากาก ล้างมือ หรือดำเนินงานที่บ้าน
“ข้างหลังการคลายเครียดมาตรการจะมีการประเมินสถานการณ์ แม้มีความสำคัญก็สามารถเข้มมาตรการขึ้นมาได้ ซึ่งการคลายเครียดแล้วก็กลับมาเข้ม มิได้แปลว่าบริหารล้มเหลว หลายประเทศมีการผ่อนคลายแล้วก็กลับมาเข้มด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ดีสถานการณ์ในเวลานี้ยังไม่ต้องเพิ่มมาตรการ แม้กระนั้นแม้จำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการหรือล็อกดาวน์ ทาง ศบค.จะมีการตรึกตรอง แม้กระนั้นสถานการณ์ในเวลานี้ยังไม่ถึงกับขนาดนั้น” นายไดอารี่กล่าว