21/05/2022
Breaking News

เจ้าหนี้ ตกลง ให้ แม่เฒ่า 4 พี่น้อง อยู่บ้านเก่าได้อีก 30 วัน จนกระทั่ง ไม่ขายคืนที่คืนให้

เจ้าหนี้ ตกลง ให้ แม่เฒ่า 4 ญาติพี่น้อง อยู่บ้านเก่าได้อีก 30 วัน จนถึง ไม่ขายคืนที่คืนให้ หลานชาย ซึ้ง ยอดเงินบริจาคนับล้าน

สืบไปจากช่วงเช้าวันนี้ (17 มิ.ย 64) นายลวง อนุเคราะห์ ลูกชายของคุณยาย โปรย อนุเคราะห์ พร้อมทั้งนายกิตตินพ สุวรรณโรจน์ ทนาย เดินทางไปยังศาลจังหวัดจังหวัดสุโขทัย เพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ขอขยายช่วงเวลาให้ยายทั้ง 4 คน และครอบครัวได้อาศัยอยู่อยู่ในบ้านต่อไปอีก 60 วัน

ล่าสุด นายกิตตินพ สุวรรณโรจน์ ทนายที่ดูแลคดีนี้ได้เปิดเผยข้างหลังออกมาจากการไกล่เกลี่ยของศาลจังหวัดจังหวัดสุโขทัย ว่า ศาลได้ไกล่เกลี่ยพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย ทั้งข้างโจทก์และข้างจำเลย โดยโจทก์ก็ยินดีที่จะให้จำเลยขยายช่วงเวลาออกไปได้ 30 วัน เพื่อจะได้ย้ายสินทรัพย์ออกมาจากที่ทะเลาะ ซึ่งจะครบกำหนดในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 ก.ค. 64 นี้ โดยจำเลยมีหน้าที่จำเป็นต้องมาแถลงให้ศาลรู้เมื่อถึงเวลานั้นว่า ได้ย้ายสินทรัพย์ออกมาจากที่ทะเลาะเรียบร้อยแล้ว
ทั้ง โจทก์ยังได้แจ้งว่า ไม่ตั้งใจจะขายสินทรัพย์ ซึ่งลูกหนี้ก็ได้เข้าใจในเรื่องนี้ ก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ที่จะต้องออกไปอยู่

yy1

นอกเหนือจากนั้น กลุ่มข่าวได้พูดคุยกับ นายลวง อนุเคราะห์ หลานชายของคุณยายทั้ง 4 ท่าน เปิดเผยว่า จากการพิจารณายอดบัญชีธนาคารออมสิน สาขาศรีสำโรง จ.จังหวัดสุโขทัย พบว่า มียอดเงินบริจาคจากผู้ใจบุญทั้งประเทศช่วยเหลือเข้ามาเป็นจำนวนเงิน 1,511,939.75 บาท แล้ว และดีอกดีใจที่ศาลขยายเวลาให้ 30 วัน แม้กระนั้นทางเราก็ต้องหาทางขยับขยายที่ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมขายคืนให้เราต้องไปหาที่อยู่ใหม่สร้างบ้านข้างหลังเล็กๆให้ผู้สูงวัยได้อาศัยกัน

“ผมขอขอบคุณมากชาวไทยทุกคน ที่ได้ช่วยเหลือสำหรับเพื่อการบริจาคเงิน ขอบคุณมากที่ให้ความสนับสนุนให้ความเมตตาสงสารผู้สูงวัยในคราวนี้”

ด้านคุณยายกล่อม พูดว่า คุณยายดีอกดีใจที่ศาลขยายเวลาให้ แม้กระนั้นก็อยากได้ที่อยู่ที่อาศัยคืนมา ตัวเองก็พนมมือเจ้าหนี้ขอเขาคืน แม้กระนั้นเขาก็เฉยๆ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายปัญญาสามารถ สุทนต์ นายอำเภอศรีสำโรง เปิดเผยว่า การหาที่อยู่ให้ใหม่ก็จะเกิดขึ้นในจำนวนเงินที่ได้รับมา 1 ล้านเศษ ก็จะเพียงพอจัดการได้ ซึ่งเงินที่ได้รับบริจาคมาเราจะมีการจัดการตามกฎหมายตาม พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลสำหรับเพื่อการใช้จ่าย เงินจำนวนนี้ไม่สามารถเบิกจ่ายเองได้ การใช้เงินควรเป็นไปตามจุดประสงค์ของผู้ให้ไม่งั้นจะเป็นการหลอกลวงราษฎร ซึ่งเราบอกผู้ที่มีการเกี่ยวข้องอย่างเห็นได้ชัด ขอให้ผู้ให้บันเทิงใจทางเราจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลจำนวน 5 ท่าน และการเบิกจ่ายต้องมีลายเซ็นของกรรมการอย่างน้อย 3 ท่าน