25/05/2022
Breaking News

เช็คให้มั่นใจ ‘Phuket Sandbox’ ชาวไทย-ต่างชาติ ใช้หลักเกณฑ์อะไรบ้าง

เปิดหลักเกณฑ์ “Phuket Sandbox” (ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์) โปรเจคนำร่องสู่การเปิดประเทศ ซึ่งคิกออฟตอนวันที่ 1 เดือนกรกฎาคม นักทัศนาจรอีกทั้งไทยและเมืองนอกจะต้องมีคุณสมบัติและจัดแจงอย่างไร อีกทั้งก่อนเข้าและขณะที่อยู่ภายในภูเก็ต เมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากหลักของไทย

“ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) ถือเป็นโครงการนำร่องสู่การเปิดประเทศใน 120 วันเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ตามการประกาศของ พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกรัฐมนตรี

“ถ้าเราทำภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ได้ เราก็จะขยายไปที่อื่นได้ วันนี้ผมก็สั่งหนทางว่าภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์จะใช้ประโยชน์เป็นแซนด์บ็อกซ์ที่อื่นอีกได้ไหม ในทุกภาคที่มีการท่องเที่ยวมันจะต้องไปทีละลำดับทุกสิ่ง มันจะต้องมีการเริ่มต้นนับหนึ่งเสมอ เราจะต้องเร่งรัดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ก็เพราะมีศักยภาพอยู่แล้วและมีพื้นที่ควบคุมได้” พล.อำเภอประยุทธ์ กล่าวเปิดโครงงานภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ตอนวันที่ 1 เดือนกรกฎาคม
ช่วงเวลาที่จังหวัดภูเก็ตได้กำหนดมาตรการตรวจคัดเลือกกรองการเดินทางเข้าจังหวัด รองรับการเปิดเมือง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ โดยส่งผลตั้งแต่ วันที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

ความน่าดึงดูดใจของโครงงานนี้เป็น นักท่องเที่ยวที่ร่วมจะได้ท่องเที่ยวภายในพื้นที่ภูเก็ตแบบไม่ต้องกักบริเวณขั้นต่ำ 14 คืนก่อนหน้านี้เดินทางออกไปเที่ยวพื้นที่อื่นในไทย
แม้กระนั้นคนที่จะเดินทางเข้าภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ได้นั้น จะต้องมีข้อตกลงและคุณสมบัติอย่างไรบ้าง กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้สะสมข้อมูลเหล่านั้นมาให้แล้ว

ประเทศใดบ้างที่เดินทางเข้าภูเก็ตได้
ประเทศ/ดินแดน ที่นักท่องเที่ยวสามารถไปสู่ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ มีแล้วกว่า 60 ประเทศ/ดินแดน (ณ 30 ไม่.ย. 64) ซึ่งรวมทั้งประเทศออสเตรเลีย เบลเยียม บรูไน กัมพูชา แคนาดา จีน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี อิสราเอล อิตาลี ลาว ภรรยานมา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ประเทศนอร์เวย์ โปรตุเกส กาตาร์ รัสเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยูเออี สหราชอาณาจักร สหรัฐ เวียดนาม ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน
ส่วนญี่ปุ่น ภูเก็ตยังรับเฉพาะนักธุรกิจที่จะมาพูดจาติดต่อธุรกิจเท่านั้น

sandbox

สำหรับนักทัศนาจรที่จะเดินทางเข้า ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ มีเงื่อนไขต่างๆนาๆแยกตามประเภทและวัตถุประสงค์ของการเดินทาง

“มาจากเมืองนอก” ปรารถนา “เดินทางเข้าภูเก็ต” ทางสนามบิน
มาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ทางท่าอากาศยานนานาประเทศภูเก็ตของคนประเทศอื่นและชาวไทย ผู้เดินทางจะต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติ ดังนี้

1) จะต้องเป็นคนที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำหรือความเสี่ยงปานกลาง ตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุข และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุ
ทั้งนี้ กรณีเดินทางจากประเทศอื่น จะต้องพักอยู่ในประเทศที่ระบุข้างต้นขั้นต่ำ 224 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต

2) จะต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE)
คนประเทศไทยและคนประเทศอื่นที่ปรารถนาลงทะเบียน Sandbox สามารถลงทะเบียนรับหนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE) ถึงที่เหมาะ https://coethailand.mfa.go.th/
เพียงแค่ตระเตรียมเอกสารทุกสิ่งให้พร้อม ใช้เวลาไม่นานก็ได้รับการยินยอมเข้าเมืองไทย

– ตัวอย่างหนังสือ COE สำหรับนักทัศนาจรเข้าภูเก็ต –

3) จะต้องได้รับวัคซีนตามที่ได้มีการกำหนดของเมืองไทยครบ 2 เข็ม หรือตามข้อกำหนดของแต่ละวัคซีน ขั้นต่ำ 14 วันก่อนการเดินทาง และมีเอกสารรับประกันการได้รับวัคซีน (Vaccine Certificate)

sandbox3

กรณีเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี สามารถเดินทางเข้ามาพร้อมกับผู้ดูแลได้
– กฎระเบียบเรื่องการฉีดวัคซีนสำหรับผู้เดินทางจากต่างแดนเข้าภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ –

4) มีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางปลอดเชื้อโรคโควิด-19 (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID-19 is not detected) โดยกระบวนการ RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการเดินทาง

5) กรณีเคยติดเชื้อโรคจะต้องได้รับวัคซีนตามที่ได้มีการกำหนด 2 เข็ม (ตามประเภทวัคซีน) ขั้นต่ำ 14 วัน

6) มีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลสุขภาพและเยียวยารักษา หรือหลักประกันอื่นใด ซึ่งรวมทั้งกรณีโรคโควิด – 19 ตลอดเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในราชอาณาจักร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

7) ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR จำนวน 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (day 0) ณ ท่าอากาศยานภูเก็ตโดยพักรอในห้องเช่า 1 คืน เพื่อรอรับแจ้งผลของการตรวจผ่านทางผู้จัดการ (COVID-19 Manager) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-7 ณ โรงแรมที่อยู่อาศัย
หรือห้องปฏิบัติการ (Lab นอก) โดยโรงหมอคู่สัญญา และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12-13 ณ โรงแรมที่อยู่อาศัยหรือห้องปฏิบัติการ (Lab นอก) โดยโรงหมอคู่สัญญา

sandbox1

8 ) จะต้องเข้าพัก ณ สถานประกอบการโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ (SHA Plus) ในจังหวัดภูเก็ต เป็นระยะเวลา 14 คืน ก็เลยสามารถเดินทางออกนอกจังหวัดภูเก็ตเพื่อท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นได้ กรณีพักไม่ถึง 14 คืน จะต้องเดินทางออกนอกอาณาเขตเท่านั้น
ทั้งนี้ สัญลักษณ์ SHA+ (SHA Plus) แสดงว่า ธุรกิจที่ผ่านการยืนยันไม่เพียงแต่ตรงตามเกณฑ์การยืนยัน SHA เท่านั้น แม้กระนั้นยังรวมทั้งบุคลากรโรงแรมขั้นต่ำ 70% ได้รับการฉีดวัคซีนปกป้องโควิด-19 ครบโดส โดยมีภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง

9) ผู้เดินทางสามารถเดินทางในจังหวัดภูเก็ตและจัดกิจกรรมทางการท่องเที่ยว และใช้บริการสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ (SHA Plus) ภายใต้มาตรการ D-M-H-T-T-A
สำหรับมาตรการ D-M-H-T-T-A ยกตัวอย่างเช่น

D : Distancing เว้นระยะระหว่างบุคคล เลี่ยงการสัมผัสกับคนอื่น
M : Mask wearing สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลา
H : Hand washingล้างมือเป็นประจำจัดให้มีจุดบริการเจลล้างมืออย่างทั่วถึงพอเพียง
T : Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ เพื่อคัดเลือกกรองผู้รับบริการที่บางทีอาจป่วยหนัก
T : Testing ตรวจหาเชื้อโควิด-19
A : Applicationจัดตั้งและใช้แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” และ “แพทย์ชนะ” ก่อนเข้า-ออกสถานที่ทุกครั้ง

10) จัดตั้งแอพพลิเคชั่น Thailand Plus และ แพทย์ชนะ และยินยอมให้ระบบติดตามพิกัดตามภูมิศาสตร์ (GPS) ผ่านแอพพลิเคชั่น ตลอดเวลาที่พำนักพักพิงในประเทศไทย
“มาจากเมืองนอก” ปรารถนา “ออกนอกประเทศ” หรือ “ไปชนบท” ทางสนามบิน
คนที่เดินทางมาจากเมืองนอก และหวังจะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดอื่น หรือเดินทางออกนอกอาณาเขตทางอากาศ (ท่าอากาศยานนานาประเทศภูเก็ต) ให้ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
นักท่องเที่ยวที่พำนักพักพิงในจังหวัดภูเก็ตครบกำหนด 14 คืน และหวังจะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต ให้แสดงเอกสารหลักฐาน ต่อข้าราชการ ณ ด่านตรวจวิถีทางขาออก ณ ตึกผู้โดยสารภายในประเทศหรือตึกผู้โดยสารระหว่างชาติ ดังนี้

 

1. หนังสือเดินทางและวีซ่าที่ตรวจลงตราโดย กองตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ตขาเข้า (ยกเว้นผู้มีสัญชาติไทย)
2. หลักฐานยืนยันการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แสดงว่าตรวจไม่เจอเชื้อโควิด-19 ตลอดเวลา 14 คืน ที่พำนักพักพิงอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งออกโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข
3. หลักฐานการเข้าพักในโรงแรมหรือที่พักที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ (SHA Plus)