03/10/2022
Breaking News

เปิดตัวบทกฎหมายกระทั่งถึง สาวยุยงอาเสี่ยซิ่ง BMW Z4 ฝ่าฝนชนดับ จะมีความผิดด้วยหรือไม่

จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์สปอร์ตหรู BMW Z4 ซิ่งฝ่าฝนเสียหลักข้ามเกาะกลางพุ่งเข้าชนพุ่งเข้าชนรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ ที่ถนนหนทาง

จังหวัดสระบุรี-หล่มสัก ต.ห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จ.จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเหตุทำให้มีคนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 3 ศพ โดยเหตุเกิดตอนวันที่ 13 ไม่.ย.ก่อนหน้านี้ จนกระทั่งโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปไลฟ์สดของหญิงสาวชุดแดงวัย 18 ปี ที่นั่งรถยนต์มาพร้อมกับผู้ขับ BMW Z4 พร้อมบอกยุยงให้ผู้ขับๆรถยนต์เร็วๆท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ว่า “ซิ่งเลยจ้ะ ซิ่งเลย ซิ่งเลยยย” กระทั่งถูกวิจารณ์อย่างมากตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

bm1

เกี่ยวกับหัวข้อนี้ ทางด้านทนายความก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจ “Amity’s Juris – มิตรทนายความ” บอกว่า กรณีความผิดพลาดฐานประมาทส่งผลให้คนอื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 เกิดจากเสียงเชียร์ “ซิ่งเลยจ้ะ ซิ่งเลย ซิ่งเลยยย” ตามเหตุการณ์ที่ได้มองคลิปและรู้ๆกันอยู่นั้น สามารถแยกออกเป็น 3 ประเด็น ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ 1 การเชียร์ให้ซิ่งเป็นการปฏิบัติในฐาน “ผู้ใช้” หรือ “ผู้ส่งเสริมและสนับนุน” หรือเปล่า วิธีการพินิจพิเคราะห์จำเป็นต้องมองที่เจตนาของผู้ทำเป็นหลัก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าผู้ทำมีเจตนาที่จะปฏิบัติอยู่แล้ว แบบนี้เสียงเชียร์จะเป็นเพียงแค่พลังสำหรับในการเกื้อหนุนให้ทำผิด ผู้เชียร์ย่อมเป็นเพียงแค่ผู้ส่งเสริมและสนับนุนสำหรับในการทำผิดตามมาตรา 86 เท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม ถ้าว่าผู้ทำ “ไม่เคยมีเจตนา” สำหรับในการทำผิดเลย แม้กระนั้นหากว่าเสียงเชียร์นั้น มาจุดประกาย “ก่อ” เจตนาให้เขาทำผิด แบบนี้ เสียงเชียร์จะไม่ใช่แค่กำลังใจแล้ว แม้กระนั้นจะเป็นการสร้างเจตนาสำหรับในการทำผิดให้เขาเลย กรณีนี้ผู้เชียร์จะเป็นผู้ใช้ตามมาตรา 84

สรุปกล้วยๆก็คือ มองว่าผู้ทำมีเจตนาหรือเปล่า ถ้ามีอยู่แล้วหลังจากนั้นก็เป็นผู้ส่งเสริมและสนับนุน แม้กระนั้นถ้าไม่มีก็เป็นผู้ใช้ ทั้งนี้ถ้อยคำสำคัญในตัวบท มาตรา 84 เป็นคำว่า “ก่อ”
ประเด็นที่ 2 ความผิดพลาดฐานปฏิบัติโดยประมาท มีผู้ร่วมปฏิบัติได้หรือเปล่า (ต้นตอร่วม, ผู้ใช้, ผู้ส่งเสริมและสนับนุน) เพราะว่าถนนหนทางที่คดเคี้ยวตามแนวภูเขาประกอบกับสภาพภูมิอากาศทำให้ถนนหนทางเปียกชุ่มและลื่น ซึ่งบุคคลที่อยู่ในภาวะและการปฏิบัติแบบนั้น จำเป็นต้องขับช้าอันจะถือได้ว่าเป็นการใช้ความรอบคอบอย่างพอเพียง แม้กระนั้นเฮียกลับขับรถรีบให้เร็วขึ้น การกระทำของเฮียถือว่าเป็นการปฏิบัติโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะแบบนั้นจักควรมีตามวิสัยและการปฏิบัติ แม้กระนั้นเฮียหาได้ใช้ให้พอเพียงไม่ แบบนี้การกระทำของเฮียย่อมเป็นการปฏิบัติโดยประมาทตามมาตรา 59 วรรคสี่

แม้กระนั้นเนื่องจาก การกระทำความผิดพลาดฐานประมาท เป็นการปฏิบัติที่ไม่มีเจตนา เมื่อไม่มีเจตนาย่อมไม่อาจมีความผิดพลาดฐานต้นตอตาม มาตรา 83, ผู้ใช้ตามมาตรา 84 และผู้ส่งเสริมและสนับนุนตามมาตรา 86 เกิดขึ้นได้ (ฎ.1326/2510 และ ฎ.6764/2545) ด้วยเหตุนี้ “น้องก็เลยปราศจากความผิดใดๆสำหรับในการปฏิบัติคราวนี้”

ประเด็นที่ 3 ถ้าเกิดผู้ทำความผิดตาย ความรับผิดในทางแพ่งย่อมยับยั้งตามไปด้วยหรือเปล่า เนื่องจาก เมื่อเฮียได้ทำผิดฐานปฏิบัติโดยประมาทส่งผลให้คนอื่นถึงแก่ความตายตาม มาตรา 291 แล้ว เฮียก็ได้ถึงแก่ความตายในอุบัติเหตุคราวนี้ด้วย แบบนี้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมยับยั้งไปตามประมวลกฎหมายวิธีพินิจพิเคราะห์ความอาญา มาตรา 39(1)

ประเด็นก็คือ คดีอาญายับยั้ง แล้วความรับผิดในทางแพ่งยับยั้งและก็ตามด้วย

หรือเปล่า มีความคิดเห็นว่าการกระทำของเฮียนอกเหนือจากการที่จะเป็นความผิดอาญาแล้ว ยังเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบมาตรา 437 อีกด้วย เฮียย่อมจำเป็นต้องรับผิดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 438 ซึ่งถือว่าเป็นหนี้ชนิดหนึ่ง และหนี้นั้นถือว่าเป็นมรดกอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 1600 และในเมื่อหนี้เป็นมรดกย่อมสืบทอดไปยังผู้สืบสกุลตามมาตรา 1599 และบุคคลที่จะจำเป็นต้องรับผิดชอบในหนี้นี้ก็คือ “ผู้สืบสกุลที่มีสิทธิได้รับมรดกตาม มาตรา 1629” ฉะนั้นในประเด็นนี้ครอบครัวของผู้เสียหายย่อมได้รับการทดแทนอย่างเป็นธรรม

ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นเพียงแค่ประเด็นทางกฎหมายที่น่าดึงดูดในความรับผิดทางอาญาและแพ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับการใคร่ครวญการกระทำความผิดพลาดของบุคคลในข่าวที่จำเป็นต้องอาศัยข้อพิสูจน์และรายละเอียดเพิ่มเติมในทางซักถามเพิ่มเติมแต่อย่างใด

แม้น้องจะไม่ได้รับผิดทางกฎหมายอย่างไร เพราะเหตุว่ากฎหมายมีบางทีอาจบังคับไปถึงจริยธรรมหรือความสำนึกในบางเรื่อง แม้กระนั้นน้องก็ได้รับผลกรรมของความคึกคะนองอย่างสมดุลแล้ว ขอให้เรียนรู้และเติบโต และจากเรื่องราวนี้เป็นการย้ำในเรื่องที่ว่า “เสียงของคนข้างผู้ขับมีผลในทางจิตวิทยาเป็นอย่างยิ่งแก่ผู้ขับ” ถ้าเกิดเราบอกไปในทางที่ดีให้ระมัดระวังย่อมเป็นการเตือนสติ แม้กระนั้นถ้าเกิดเรายุแยงให้เขาท้าทายต่อความอันตรายใดๆเสียงของเราย่อมมีผลต่อเขาไปในทางนั้น
ผู้ใช้รถยนต์ใช้ถนนหนทางทุกท่านโปรดระลึกไว้เสมอว่า “ขับช้าให้คนมอง ดียิ่งกว่าลงไปกองให้คนเก็บ”