05/07/2022
Breaking News

โดนนำสไตล์! ประเทศฝรั่งเศสแซงดับประเทศสเปน 2-1 ผงาดแชมป์เนชั่นส์ลีก

เป็นอีกเกมที่ประเทศฝรั่งเศสพลิกจากที่ตามหลังแล้วกลับมาแซงชนะ ผงาดครองแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ได้เสร็จ

LIVE UPDATE ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก : ประเทศสเปน – ประเทศฝรั่งเศส

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020-2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามซาน ซีโร ในเมืองไม่ลาน ประเทศอิตาลี เป็นการพบกันระหว่าง ประเทศสเปน ดวลกับ ประเทศฝรั่งเศส

หลุยส์ เอ็นริเก้ กนซือของประเทศสเปน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามผสานแนวรุกเป็น เฟร์ราน โคนร์เรส, ขว้างโบล ซาราเบีย และ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ด้านประเทศฝรั่งเศสของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ วางหมากมาในแผน 3-4-1-2 โดยใช้ อองตวน กรีซมันน์ ทำเกมรุกร่วมกับคู่กองหน้าอย่าง คาริม เบนเซมา และ คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้
เกมในช่วง 45 นาทีแรก ทั้งคู่กลุ่มยังแทบจะไม่มีจังหวะลุ้นยิงประตูแบบแจ่มแจ้งให้มองเห็นกันเลย โดยที่ดินฝั่งของประเทศฝรั่งเศสนั้นยังจำเป็นต้องเสียกองหลังตัวเก่งอย่าง ราฟาแอล วาราน ซึ่งเจ็บกล้ามขา จนถึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเอา ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน ลงมาแทน ในนาทีที่ 43 อีกด้วย ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ช่วงหลังกลายเป็นประเทศสเปนมาได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ วางบอลยาวให้ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล แทรกเอาชนะตัวเกาะติดอย่าง ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน ก่อนจะยิงด้วยซ้ายยัดเข้าเสาไกลอย่างเด็ดขาด ส่งให้ทัพวัวกระทิงดุออกนำ 1-0

แม้กระนั้นถัดมาเพียงนาทีที่ 66 ประเทศฝรั่งเศสก็มาตามตีเสมอได้แบบเฉียบพลัน จากจังหวะที่ คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ ไหลบอลให้ คาริม เบนเซมา ได้ปั่นโค้งด้วยขวาโค้งทิ่มสามเหลี่ยมอย่างงดงาม ทำให้สกอร์ขยับมาเสมอกันที่ 1-1

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ประเทศฝรั่งเศสมาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ ส่งบอลแฉลบการพุ่งสกัดของ เอริค การ์เซีย เลยไปถึง คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ ได้หลุดยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย ซึ่งผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วเห็นว่าไม่เป็นการล้ำหน้าแต่อย่างใด ช่วยให้ทัพตราไก่แซงนำ 2-1
ต่อจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติม ทำให้ท้ายที่สุดจบเกมเป็นประเทศฝรั่งเศสชนะไป 2-1 ผงาดครองแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกได้เสร็จ

ufa2

รายนามนักเตะทั้งคู่กลุ่ม

ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน; เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอริค การ์เซีย, อายเมอริค ลาปอร์กต์, มาร์กอส อลอนโซ; กาบี้ (โกเก้ น.75), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โรดรี้ (ขว้างโบล ฟอร์ที่นาลส์ น.84); เฟร์ราน โคนร์เรส (ไม่เกล เมริโน น.84), ขว้างโบล ซาราเบีย (เยเรมี ปิโน น.61), ไม่เกล โอยาร์ซาบัล
สำรองมิได้ใช้ : ดาบิด เด เคอา, เปา โคนร์เรส, อินญิโก้ มาร์ตำหนิเนซ, ไบรอัน กิล, แซร์จี้ โรกางร์โต้, โรเบิร์ต ซานเชซ, เซร์คิโอ เรกีลอน, เปโดร ปอร์โร
ใบเหลือง – อายเมอริค ลาปอร์กต์ น.86
ประเทศฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้ โยริส; ฌูลส์ ระอุนเด้, ราฟาแอล วาราน (ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน น.43), เปรสแนล คิมเปมเบ้; แบ็งฌาแม็ง ขว้างวาร์ (เลโอ ดูบัวส์ น.80), ปอล ป็อกบา, อูเรเลียง ชูอาเมนี, เตโอ แอร์กน็องเดซ; อองตวน กรีซมันน์ (ฌอร์ดาน แวร์ตูร์ น.90+2); คาริม เบนเซมา, คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้
สำรองมิได้ใช้ : อ็องโตนี มาร์กสิยาล, มุสซา ดิยาบี้, มัตเตโอ เกนดูซี, เบอนัวต์ กอสติล, วิสซาม เบน เยดแดร์, ลูกัส แอร์กน็องเดซ, ไมค์ เมญอง
ใบเหลือง – ปอล ป็อกบา น.46, ฌูลส์ ระอุนเด้ น.55, คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ น.89