27/09/2022
Breaking News

‘ไกรเสริม โตทับเที่ยง’ ทายาท ‘ปุ้มปุ้ย’ เสียชีวิตในวัย 42 ปี ด้วยโรค ‘โรคมะเร็งโพรงจมูก’

อาลัยอาวรณ์ “ไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง” ทายาทปลากระป๋อง “ปุ้มปุ้ย” เสียชีวิต ในวัย 42 ปี ด้วยโรค “โรคมะเร็งโพรงจมูก” ครอบครัว ตั้งสวดที่วัดมกุฏกษัตริย์ ก่อนการเผาศพ วันที่ 10 เดือนกรกฎาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 เดือนกรกฎาคม64 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pat Jungkankul ได้โพสต์ภาพ ไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง ทายาทปลากระป๋อง “ปุ้มปุ้ย” พร้อมเจาะจงเนื้อความว่า.. “แด่ เพื่อนฝูงๆพี่ๆน้องๆทุกคน .. ไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง ได้จากพวกเราไปอย่างสงบเงียบ เมื่อคืนนี้ … สักครู่ข้อมูลเพิ่มเติม จะรีบมาแจ้งนะครับ
เสริม … หลับให้สบายนะเพื่อนฝูง … ยังไม่รู้จักจะเขียนถึงว่ายังไงดี มันเยอะไปหมด …. เฮ้อ คอยแปปนะ … คิดถึงมึงนะ”

สำหรับกำหนดสวดศพจะจัดขึ้นวันนี้เวลา 16.30 น. ที่วัดมกุฏกษัตริย์ และการเผาศพวันที่ 10 เดือนกรกฎาคม64

kraiserm1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรเสริม โตทับเที่ยงตรง เป็นอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกทม. ของพรรคพลังประชารัฐ เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนที่จะสูญเสียชีวิตเมื่อช่วงคืนวันที่ 5 เดือนกรกฎาคมก่อนหน้านี้ ในวัย 42 ปี ด้วย โรคมะเร็งโพรงจมูก ข้างหลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงหมอศิริราช ยาวนานกว่า1ปี
นายไกรเสริม นับว่าเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของ บริษัท ผลิตภัณฑ์ของกินกว้างกว้างใหญ่ไพศาล จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันเป็นปลากระป๋องปุ้มปุ้ย นับว่าเป็นนักธุรกิจชายหนุ่มแบบใหม่ไฟแรง ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ถนนการเมือง
นอกจากนี้ ไกรเสริม เคยบอกเหตุผลสำหรับเพื่อการร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่า เป็นเรื่องของจังหวะและช่องทาง ความเหมาะสมด้านเวลา

“ประเทศพวกเราจะมีการลงคะแนนในระยะเวลาก่อนหน้านี้ยาวนานหลายปีเป็นครั้งแรก หลังจากที่ความเรียบร้อยเข้ามาและจากนั้นก็พร้อมที่จะมีการลงคะแนนเกิดขึ้น ผมเห็นว่าเป็นช่องทางของประเทศสำหรับเพื่อการเลือกเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจตัวแทนของประชากร สำหรับเพื่อการปฏิบัติงานทางด้านการเมือง ถ้าหากพวกเราไม่เคยได้ประสบการณ์การทำงานสมควรพอเพียงก็ไม่คิดว่าจะเข้ามาเหมือนกัน แต่วันนี้ด้วยการทำงาน อายุ หลายๆอย่างพวกเราทำมานานัปการ ก็รู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมอยู่ ไม่ได้มาก ไม่ได้น้อย พร้อมที่จะหาต่อ จะใช้ให้เกิดผลดี เป็นช่องทางของตนเอง”