03/10/2022
Breaking News

7 ลำดับหนังดราม่า น้ำตาไหล ที่ทุกคนต้องดู

บรรยากาศหม่นๆเทาๆเคล้าเสียงฝนอย่างงี้ ทดลองหาหนังมองสักเรื่องดีไหมขา ? แต่ว่าถ้าจะให้ฟินอินกันขั้นสุดก็ควรเป็นหนังศร้านี่แหละถึงจะเข้ากับบรรยากาศ วันนี้ จึงรวมลิสต์ 7 หนังเศร้า สุดดราม่า ดูแล้วเรียกน้ำตาได้ทุกหนมาฝาก ผู้ใดกำลังอยากปลดปล่อยอารมณ์ถ่วงๆช่วงวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศเปิดโอกาส ก็ทดลองเลือกหนังที่พึงพอใจไปดูกันได้เลยนะ

ลำดับที่ 7
My Sister’s Keeper

My Sister’s Keeper
หนังแนวดราม่าครอบครัวที่มีลูกสาวเป็นลูคีเมียมาตั้งแต่เล็กๆ
ไม่มีทางรักษาหายได้แต่ว่ารอประคองกันมา หมอเลยชี้แนะให้มีลูกสาวอีกคนเพื่อที่จะมาช่วยลูกอีกคน
เพราะเหตุว่ามีโครโมโซมตรงกับพี่สาวทุกๆอย่าง จริงๆมิได้มองตอนเริ่มต้น แต่ว่าก็เพียงพอจะเดาอะไรตอนแรกได้บ้าง
หนังเล่าเรื่องได้สุภาพละมุน เริ่มที่แม่ก่อนแล้วกัน ดูแล้วซาบซึ้งในตอนที่แม่หว่านล้อมให้บุตรสาว
ออกไปด้านนอกบ้าง ออกไปเจอไรบ้างไม่อยากให้ลูกคดคู้อยู่แต่ว่าภายในบ้าน
บุตรสาวก้อมัวแต่ตวาดและเพ้อว่าตนเองไม่สวยมีภาวะอย่างงี้ (ผมตกหมดแล้ว) จะให้หนูออกไปยังไง
ฝ่ายแม่ไม่พูดรำพันทำเพลง….เข้าไปในห้องแล้วก็ใช้กางตตาเลี่ยนโกนผมตนเองจนล้านให้อย่างกับลูก
มองในตอนนี้น้ำตาก็เกือบจะตกแล้วล่ะ ความรักของแม่
ถัดมาก็คิวของพ่อ ตั้งแต่ทราบว่าลูกป่วยไม่เคยกล่าวอะไรสักคำ ได้แต่ว่าปลดปล่อยให้แม่จัดแจงนั่นนี่ไปเรื่อยๆ
แต่ว่าในใจปวดร้าว คนเป็นพ่อเนอะผู้ชายมักจะเนื้อหาไม่มากเยอะแค่ไหน… แต่ว่าแววตาที่มองบุตรสาว
ทำให้พวกเรามองไปน้ำตาคลอหน่วยไป ในตอนที่หมอบอกว่าคงจนมุมแล้ว เหลือเวลาไม่มากเยอะแค่ไหน บุตรสาวอยาก
ไปสมุทร ในตอนนี้ล่ะที่พ่อและแม่มีความเห็นที่แตกต่างกัน

ลำดับที่ 6
The Joy Luck Club

The-Joy-Luck-Club.jp

เรื่องราวมีความเกี่ยวพันกันในแต่ละประเด็นของนักแสดง โดยตั้งต้นจากเหตุการณ์ตอนนี้เป็นงานพบปะสังสรรค์วันเกิดจูน ผู้แสดงนำของเรื่อง แล้วเล่าถึงที่มาของ The Joy Luck Club ที่ซื่อหยวนแม่ของจูนเป็นคนตั้งขึ้นมาจากการเจอกับเพื่อนอีก 3 คนในโบสถ์ และการเล่าเรื่องของ Lindo ผ่านซื่อหยวนแม่ของจูนที่ Lindo รำพึงรำพันถึงการที่ซื่อหยวนทิ้งลูกแฝดไว้ที่เมืองจีน ว่าแม่คนนึงเพราะเหตุไรถึงตัดสินใจทิ้งลูกได้ นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นการเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของ Lindo ที่แม่ยกเธอให้เป็นสะใภ้เชื้อสายเศรษฐีตั้งแต่ 4 ขวบ เชื่อมโยงมาที่ Ying Ying รำพึงรำพันถึงสิ่งที่เลวร้ายกว่าการทิ้งลูก ซึ่งก็คือที่ไปที่มาแต่ว่าครั้งหลังของเธอกับความสารเลวร้ายในชีวิตแต่งงานคราวแรกที่เมืองจีนจนทำให้เธอพลั้งมือปลดปล่อยให้ดวงตาย และแปลงเป็นปมในใจเรื่อยๆมาจนเธอมีภาวะเศร้าหมอง ส่งผลต่อบุตรสาวอย่าง Lena ที่โตมากับแม่ที่ป่วย ทำให้ Lena ซึ่งเป็นคนเล่าเรื่องลำดับต่อมามีลักษณะท่าทางแบบสมยอม วนไปจนถึงโรสกับแม่เป็นAnmei ซึ่งมีภูมิหลังชีวิตที่เป็นเรื่องเศร้า (ให้อารมณ์มงกุฎดอกส้มมาก มีคุณผู้หญิงอันดับที่หนึ่งสองสามสี่ โดยประมาณนั้นเลย) ตัดกลับมายังเหตุการณ์ตอนนี้ของเรื่องที่จูน โดยโรสกล่าวกับจูนว่าแม่จูนไม่อยู่ขาดคนทำปูไปยังไงก็ไม่ดังเดิม เรื่องก็กลับมาเป็นจูนเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์วันตรุษจีนที่แม่ทำปูเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งนับว่าเป็นจุดไคลแมกซ์ของหนัง ที่แม่ลูกทะเลาะกันและได้ทำความเข้าใจกันสุดท้าย แล้วตัดกลับมาที่เหตุการณ์ตอนนี้อีกรอบ

ลำดับที่ 5
I am sam

I am sam
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของ แซมชายคนนึงที่มีสติปัญญาเท่ากับเด็ก 7 ขวบ เขาปฏิบัติงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านกาแฟ Starbuck ด้วยอัตราจ้าง 8 เหรียญต่อชั่วโมง เขามีเพื่อนที่มีปัญหาทางด้านเชาวน์เช่นกัน มีการดำเนินชีวิตที่ทุกวันมิได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากนัก ตอนเวลาเช้าไปกินข้าวที่ร้านประจำ สั่งอาหารเดิมๆทุกสัปดาห์เขาและเพื่อนๆมีนัดดูหนังกัน ซึ่งก็ไม่มีใครผิดนัด แซมดำเนินชีวิตอยู่อย่างงี้ไปเรื่อยๆจนวันนึง ดันมีลูกกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งชื่อลูกว่าลูซี่ ชีวิตของแซมก็เปลี่ยนไป และถัดมาผู้หญิงคนนั้นทิ้งเขาและลูซี่ไป แซมจึงจำต้องเลี้ยงลูซี่ผู้เดียว ด้วยที่เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเท่ากับเด็ก เขาจึงไม่เคยทราบขั้นตอนการเลี้ยงลูก จนแอนนี่เพื่อนบ้านจำต้องมาชี้แนะการเลี้ยงลูก และช่วยเลี้ยงลูซี่ไปพลางๆด้วย อีกทั้งเพื่อนๆของแซมก็ช่วยเหลือกันเลี้ยงแบบสุดความสามารถ

 

ลำดับที่ 4
About Time

About Time
เป็นภาพยนตร์เก่าปี 2013 เป็นหนังครอบครัวแนว โรแมนติก คอมมาดี้ ดูแล้ว Feel good อมยิ้มตลอดเรื่อง ฉากดำเนินเรื่องไม่หวือหวาเป็นการถ่ายทอดชีวิตเรื่อยๆแต่ว่าไม่น่าเบื่อ เล่าเรื่องได้น่าสนใจ ควรค่าแก่การดูสุดๆภาพงาม ดำเนินเรื่องดี ผู้แสดงสมหน้าที่ ดารานำชายมองหน้าจืดๆบื้อๆหน่อยแต่ว่าก็มีเสน่ห์ในตนเอง นางเอกสวยมาก ยิ้มหวาน ดูแล้วยิ้มตามตลอด พ่อของดารานำชายที่เป็นตัวละครเอกอีกหนึ่งตัวในเรื่อง ก็แสดงดีเยี่ยม ช่วยดำเนินให้เรื่องสนุกและน่าสนใจ เป็นส่วนที่ช่วยทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้จบดีเยี่ยมๆ

 

ลำดับที่ 3
Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire
หนังออสการ์เยี่ยมที่สุดปีปัจจุบันนี้แทบจะดับและตกลงเหวแล้ว เพราะเหตุว่าจะถูกส่งลงเป็นแผ่นก่อนจะลงโรงเสียอีก แต่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมายิ่งกว่าสินเดอเรลล่าหรือนักแสดงเทพนิยายใดๆแถมยังมาแบบเหนือก้อนเมฆ เพราะเหตุว่าในตอนนี้ราคาหนังสูงมากจนเมืองไทยเองแทบจะไม่เอามาฉายซะแล้ว เนื่องจากว่ามันราคาสูง เป็นหนังอิน(ดี้)เดียที่จำกัดโรงฉาย ไม่คุ้มลงทุน ทั้งยังแนวทางหนังก็ไม่ถูกปากชาวไทยนัก แต่ว่าด้วยกระแสด้านบวกล้นหลามจากปากต่อปาก นักวิพากษ์วิจารณ์ และสามารถคว้ารับรางวัลภาพยนตร์เยี่ยมที่สุดจากลูกโลกทองคำและออสการ์ Slumdog Millionaire จึงมีโอกาสมาให้ชาวไทยลิ้มชิมรสจนได้ หนังเรื่องนี้ผลิตขึ้นจากเรื่องสั้นที่เผยแพร่สังคมอินเดียผ่านเรื่องราวของจามาล มาริค เด็กวัยหนุ่มวัย 18 ใบหน้าเฉลี่ยวฉลาด(น้อย) ปฏิบัติงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่มีพื้นเพมาจากสลัมมุมไบ แต่กลับเปลี่ยนได้มาเล่นเกมส์ในรายการ Who Wants To Be A Millionaire (หรือรายการเกมส์เศรษฐีบ้านพวกเรานั่นแหละขอรับ) จามาลเหลืออีกเพียงหนึ่งคำตอบที่ถูกจากหนึ่งคำถามก็จะคว้าเงินรางวัลสูงสุด 20 ล้านรูปี ด้วยลักษณะและพื้นเพที่ไปที่มาของเขา ทำให้เพรม คูมาร์ผู้ดำเนินรายการของรายการมีความคิดว่าจามาลคดโกงเกมส์การประลอง ช่วงพักรายการก่อนถ่ายต่อคำถามสุดท้าย ตำรวจจึงนำตัวเขาไป(ทรมาทรกรรม)สอบสวนคาดคั้นความจริง เด็กวัยหนุ่มจากสลัมจึงเล่าเรื่องทุกๆอย่างในอดีตที่เป็นกุญแจไขสู่คำตอบให้ฟัง ชีวิตความเป็นอยู่ของจามาล สะท้อนภาพลักษณ์ สังคม

 

ลำดับที่ 2
Hachiko A Dog’s Story

Hachiko A Dog’s Story
หนังแนวดราม่าที่ผลิตขึ้นจากความจริง ของประเทศญี่ปุ่น รายละเอียดหนังเกี่ยวกับสุนัขตัวนึงที่ถูกเก็บ มีความซื่อตรงมากมันมักจะเดินตามไปส่งเจ้าของที่สถานีรถไฟ และมารอรับเจ้าของกลับทุกวัน
ทุกคนต่างชื่นชมในความซื้อซื่อสัตย์สวย ภักดีของสุนัขตัวนี้จนตอนวันที่แสนเศร้ามาถึง ไม่มีใครอยู่ร่วมกันได้ตลอดไป เจ้าของของมันได้ตายลงแม้มันจะทราบ แต่ว่ามันยังคงไปรอเขาอยู่ที่สถานีรถไฟทุกวัน
เนื้อเรื่องที่ผมเล่ามา ผมได้อ่านก่อนดูหนัง ผมทราบว่าเจ้าของจะตายทราบทั้งทราบว่าหนังมันจำต้องเล่นกับอารมณ์ตูแน่ๆ
แต่ว่าก็ไม่บางทีอาจห้ามน้ำตาตนเองได้ มองไปเรื่อยๆเพียงพอถึงกลางเรื่องร้องไห้ออกมาจากตา 1 หยด ตกอกตกใจมาก เห้ย นี่ตูกลั้นสุดๆแล้วนะโว้ยยยไปซักพัก เต็มหน้า สะอึกสะอื้น ไม่ไหวจะสะสางมากๆร้องไห้ตั้งแต่กลางเรื่องจนกระทั่งตอนจบ
หนังดีเยี่ยม ดนตรีซาบซึ้งใจสุดๆบางบุคคลที่หนองน้ำตาตื้นหน่อย แค่ฟังดนตรีแล้วคิดภาพในหนังก็ร้องไห้ได้เลยทีเดียว สำหรับหนังเรื่องนี้ ผมยอมยกธงขาวขอรับ ทำร้องไห้ซะเสียมาดคนใจแข็งเลย ผู้ที่กำลังหาหนังซึ่งสามารถทำคุณร้องไห้ได้ หรือบิ้วอารมณ์สุดๆผมชี้แนะเรื่องนี้เลยขอรับ จะเก็บไว้ให้ลูกให้หลาน ให้เพื่อนได้มองแน่ๆหนังดีเยี่ยม

 

ลำดับที่ 1
The Shawshank Redemption

The Shawshank Redemption
หนังที่เล่าถึงสภาพแวดล้อมในด้านมืดของตาราง ความไม่ซื่อตรงแล้วก็การเอาตัวรอดในโลกที่ชั่วร้ายถูกถ่ายทอดออกมาอย่างถ่องแท้และซาบซึ้งใจ ยอมรับว่าตัวผู้เขียนเองมองรอบแรกจบลงไปและก็ยังไม่ถึงกับต้องใจในหนังเรื่องนี้มากซักเท่าไหร่ แต่ว่าเมื่อได้เอามันกลับมามองอีกรอบก็กำเนิดต้องใจขึ้นมาในความที่มันเป็นหนังเล่าเรื่องได้น่าติดตามมาก ซ่อนเร้นไปด้วยแง่คิดอะไรหลายๆอย่างรวมถึงความละมุน ละเอียดลออของบทภาพยนตร์ที่แม้แต่คนดูผู้ชายก็อาจจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ได้