27/05/2022
Breaking News

PROS เชื่อมั่นเข้าเทรดวันแรกคึกคัก เก็บงานในมือแล้ว 2 พันลบ.

PROS มั่นอกมั่นใจเข้าเทรดใน mai วันแรก 27 เม.ย.นี้ ได้รับการตอบกลับที่ดีจากนักลงทุน หนุนราคาเหนือจอง พร้อมเก็บงานในมือไว้ล็อตใหญ่มากยิ่งกว่า 2 พันล้านบาท แถมความรู้ความเข้าใจในการทำกำไรสุดแจ่มข้างหลังปี 63 กำไรกระโดดถึง 86% จากปีกลาย หวังนำเงินที่ได้จากการระดมทุนคราวนี้ช่วยหนุนการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้านผู้บริหารย้ำความแน่ใจ กอดหุ้นไว้ภายในมือแน่นไม่ขาย

นายเหล่ากอเทพ รัตนแสงสว่างสรวง ประธานข้าราชการบริหาร บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS เปิดเผยว่า บริษัทแน่ใจว่าการเข้าค้าขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกจะได้รับการตอบกลับที่ดีจากนักลงทุน รวมทั้งพร้อมเดินหน้าขยายกิจการต่อเนื่อง ด้วยความพร้อมทางด้านบุคลากรรวมทั้งระบบการทำงานเพื่อขยายกิจการรวมทั้งช่องทางในการเข้าประมูลงานใหม่ๆรวมทั้งเกื้อหนุนความรู้ความเข้าใจในการสร้างรายได้รวมทั้งกำไร รวมทั้งอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากประสบการณ์ในด้านการทำงานในแผนการของหน่วยงานภาครัฐที่มากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับแนวทางภาครัฐที่เน้นย้ำการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่างๆโดยเฉพาะในด้านพลังงานไฟฟ้า,ขนส่งมวลชน รวมทั้งติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม ก็เลยทำให้กลุ่มบริษัทได้โอกาสในการเข้าไปขยายงานในส่วนของงานภาครัฐ จากปัจจุบันนี้มีสัดส่วนค่อนข้างน้อยหรือปลายปีคาดอยู่ที่ราว 20% ซึ่งคาดจะเพิ่มเป็น 50% ในอนาคต

ตอนที่งานภาคเอกชนที่บริษัทมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว จากผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้ประกอบกิจการที่โด่งดังในอุตสาหกรรมต่างๆยกตัวอย่างเช่น เทสโก้ โลตัส บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งกลุ่ม การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยฯลฯ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการขยายการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทมีการกระจัดกระจายความเสี่ยงลูกค้าให้มีความมากมายหลาย รวมทั้งขยายงานไปยังกลุ่มงานภาครัฐมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบริษัทฯ ใช้ยุทธวิธีการขาย เพื่อดูแลลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทชั้นแนวหน้าอย่างมีคุณภาพ ทำให้กลุ่มลูกค้าโดยมากจะเป็นลูกค้าเกรด A ที่มีฐานะการเงินดี รวมทั้งทำให้เราไม่มีปัญหาด้านการเงิน รวมทั้งเป็นบริษัทที่เกือบจะไม่มีหนี้ นอกจากนี้บริษัทมีความตั้งใจดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์เป็นบริษัทรับเหมาชั้นแนวหน้าของประเทศ ซึ่งประวัติความเป็นมาผลงานรวมทั้งลูกค้าในอดีตกาลเป็นเครื่องรับรอง รวมทั้งทำให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆเชิญชวน PROS ร่วมประมูลงานมากขึ้นเรื่อยๆ” นายเหล่ากอเทพ กล่าว
โดยกลยุทธ์เติบโตในตอน 3 ปีจากนี้ (ปี 2564-2566) บริษัทวางเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% โดยจะมาจากงานบริการรับเหมาจัดตั้งงานระบบประกอบอาคาร รวมทั้งรายได้จากงานให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานโยธา คิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันกว่า 99% ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้อื่นๆขณะเดียวกันบริษัทยังคงเน้นย้ำควบคุมรวมทั้งการจัดการจัดแจงต้นทุนที่ดี เพื่อความรู้ความเข้าใจในการทำกำไรที่ดี โดยมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 6-7% จากปี 2563 ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 5%
นายสำริดชัย ตั้งหะเมือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันทรี่ กลุ่ม แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางด้านการเงิน PROS เปิดเผยว่าคาด PROS จะเป็นหุ้นไอพีโอที่ได้รับความพอใจจากนักลงทุน ด้วยลักษณะเด่นบริษัทฯมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยหลังจาก IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะน้อยลงเหลือเพียง 0.61เท่าในปี 64 จากปี 63 ก่อน IPO อยู่ที่ 1.18 เท่า มีเงินสดในมือสูง รวมทั้งมีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง โดยมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

ตอนที่รายได้รวมทั้งกำไรเติบโตแข็งแกร่งโดยมีต้นเหตุเกื้อหนุนจากงานแผนการในมือที่ยังไม่มอบในวันที่ 15 มี.ค.64 ปริมาณ 768 ล้านบาท รวมทั้งงานที่มีหนังสือบอกเจตนาการว่าว่าจ้าง (LOI) อีกราว 1,229 ล้านบาท เกื้อหนุนงานในมือ (Backlog) ในตอนนี้อยู่ราว 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขงานในมือทุบสถิติใหม่ของบริษัท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ค่อนข้างมั่นคงรวมทั้งมีเสถียรภาพ รวมทั้งยังไม่รับรวมแผนการใหม่ๆที่บริษัทฯ ได้โอกาสเข้าไปร่วมประมูลเพิ่มเติม สำหรับผลงานในปี 2563 ถึงแม้ในสถานการณ์วัววิด-19 บริษัทฯ ก็สามารถทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท เติบโตกว่า 86.66% จากปี 2562 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความสามารถในการปรับนิสัยทางธุรกิจให้มีกำไรต่อเนื่อง ถึงแม้ในภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนไป ส่วนรายได้อยู่ที่ 944.77 ล้านบาท
นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ข้างวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (เมืองไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจำหน่ายรวมทั้งค้ำประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ PROS เปิดเผยว่า ความมั่นใจหุ้น PROS ในการเข้าค้าขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ นักลงทุนจะสนใจรวมทั้งการตอบกลับอย่างดีเยี่ยม จากราคาหุ้น IPO ที่ระดับราคา 2 บาท เป็นราคาที่มีส่วนลดในระดับที่ดีมากให้กับนักลงทุน

โดย P/E ของบริษัทฯคาดว่าจะน้อยลงได้อีกมากมายจากความสามารถที่จะเติบโตสะดุดตาต่อเนื่อง จากงานในมือสูงเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งจากฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้น จะมีผลให้บริษัทมีความพร้อมเข้าประมูลงานใหม่ๆทั้งภาครัฐรวมทั้งเอกชน รวมทั้งได้โอกาสได้รับงานอีกมากมายในอนาคต ตามการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในหลากหลายอุตสหกรรมทั้งภาครัฐรวมทั้งเอกชนในประเทศ ประกอบกับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการชิงชัย รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ด้านผู้บริหารย้ำความแน่ใจ กลุ่มครอบครัวรัตนแสงสว่างสรวง รวมทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่อีก 3 ราย ซึ่งร่วมก่อตั้งบริษัทมาด้วยกัน โดยมีหุ้นส่วนเกิน 50% ติดไซเรนท์พีเรียดและไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกไป โดยผู้ถือรายใหญ่ทั้งหมดให้ความแน่ใจนำหุ้นส่วนที่เหลือจากที่ติด Silent มาติด Lock Up ทั้งหมด